1/1
<< 1 >>


Topic  :  มะเร็งรังไข่ ?


 เข้าชม:4538 
ตั้งคำถามโดย : fah_jp
IP : 101.51.160.XXX

 แม่ป่วยเป็นเนื้องอกที่รังไข่ลามไปที่ส่วนท้อง ซึ่งคุณหมอบอกน่าจะเป็นมะเร็งรังไข่ รอผ่าตัด 


ควรทานอาหารประเภทใด บ้างไม่ควรทานไรบ้าง ควรดูแลท่านอย่างไรบ้าง แล้วอาการแบบไหนที่เป็นการแสดงว่าน่าเป็นห่วงควรไปพบแพทย์ขณะรอผ่าตัดค่ะ
 
ขอบคุณค่ะ
 





        หลักโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง โดยทั่วไปจะกำหนด อาหารพลังงานสูง โปรตีนสูง อาจเป็นอาหารที่มีปริมาณน้อยก็ได้ แต่ให้มีพลังงานและคุณค่าทางอาหารสูง เช่น ซุปข้น เป็นต้น

 

       ขณะนี้ผู้ป่วยเตรียมตัวผ่าตัด การให้โภชนบำบัดแก่ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัด ก็เพื่อจะส่งเสริมการทำงานและการรักษาตัวของอวัยวะที่ได้รับบาดเจ็บจากการผ่าตัด การช่วยเพิ่มประสิทธิภาพภูมิคุ้มกันร่างกาย รวมถึงกระบวนการหายของแผลดีขึ้น ที่สำคัญที่สุด คือ ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัด โดยหลักง่ายๆ ควรให้ผู้ป่วยรับพลังงานจากอาหารประมาณ 1500 กิโลแคลลอรี่/วัน 

       ในภาวะผ่าตัด จริงอยู่ที่ผู้ควรได้รับอาหารโปรตีนเพิ่ม แต่ก็ควรรับประทานข้าวแป้งเป็นแหล่งพลังงานหลัก เพราะหากร่างกายได้รับพลังงานจากแหล่งคาร์โบไฮเดรตไม่สมดุล จะทำให้ตับทำงานหนักขึ้นเพราะต้องไปย่อยสลายและนำกรดอะมิโนจากโปรตีนมาใช้เป็นพลังงานแก่ร่างกายแทนหมู่แป้ง ดังนั้น ควรได้รับคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสม เช่น สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการพลังงานวันละ 1500 Kcal ควรรับประทานข้าวมื้อละ 3 ทัพพี วันละ 3 มื้อ 

       ส่วนอาหารหมู่อื่นๆ มีหลักดังนี้

       อาหารหมู่โปรตีน  ในคนปกติแนะนำให้รับประทานวันละ 0.8 g/kg/วัน แต่ในผู้ที่ผ่าตัดควรได้รับโปรตีนมากขึ้น ข้อกำหนดของการได้รับโปรตีนของผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวปกติ คือ 1.5 g/kg/วัน ส่วนผู้ที่อ้วนหรือน้ำหนักเกิน กำหนดโปรตีน 2 g/kg/วัน (ในผู้ป่วยอ้วนควรคำนวณความต้องการโปรตีนกับน้ำหนักตัวมาตรฐานมิใช่น้ำหนักตัวในขณะนั้น) ในกรณีของผู้ที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ (graft-versus-host disease) ต้องกำหนดปริมาณโปรตีนมากถึง 2.5 g/kg ซึ่งเป็นกรณียกเว้นเท่านั้น เพราะโดยปกติจะไม่กำหนดโปรตีนเกินวันละ 2 g/kg เพราะจะทำให้ผู้ป่วยมีของเสียคั่งในร่างกาย และเพิ่มภาระการทำงานของตับและไตมากจนเกินไป ทำให้ร่างกายเสียสมดุลไนโตรเจนไป

 

       ไขมัน  ควรจำกัดปริมาณไม่เกินวันละ 30% ของพลังงานที่ร่างกายต้องการ โดยหลีกเลี่ยงอาหารทอดที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ และหลีกเลี่ยงกรดไขมันอิ่มตัว

       ผักและผลไม้ ทานได้ตามปกติ ยกเว้นผู้ที่มีปัญหาในการย่อยอาจต้องจำกัดปริมาณใยอาหาร และผักที่มีกลิ่นฉุน เช่น คึ่นไช่ หัวหอม เป็นต้น เพราะผักดังกล่าวอาจก่อให้เกิดแก๊สในระบบขับถ่ายมากขึ้น ทำให้ไม่สบายท้อง แต่หากร่างกายปกติดีก็ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าต้องงดอาหารกลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด

*** ส่วนอาการที่น่าจะต้องไปพบแพทย์ก่อนกำหนด อาทิ เลือดออกมากผิดปกติ ปวดมากผิดปกติ เป็นต้น ***


 [ ขึ้นบน ]


   1/1
  << 1 >>


ขอโทษค่ะ! เฉพาะสมาชิกเท่านั้นถึงจะแสดงความคิดเห็นได้

[สมัครสมาชิก] | [เข้าสู่ระบบ]