1/1
<< 1 >>


Topic  :  มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ?


 เข้าชม:6157 
ตั้งคำถามโดย : rungpech
IP : 202.28.214.XXX

 มีสมาชิกชมรมท่านใดที่มีประสบการณ์โดยตรงหรือทางอ้อม เกี่ยวกับการตัดกระเพาะปัสสาวะ  แล้วทำรูเปิดทางหน้าท้องบ้างมั๊ยคะ อยากขอแชร์ประสบการณ์ด้วย เพื่อเตรียมตัวตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับคุณพ่อ  โดยขอช่องทางการติดต่อหน่อยค่ะ ขอบคุณนะคะ  





ลองศึกษา้ข้อมูลดังข้างล่างเืพื่อเตรียมตัวนะคะ .... เป็นกำลังใจให้ค่ะ

การผ่าตัดเปลี่ยนช่องทางขับถ่ายปัสสาวะ(Urinary diversion)

       สโตมาที่ใช้เป็นช่องขับถ่ายปัสสาวะเรียกว่า Ileal conduit หรือ ทวารเบาใหม่ โดยนำเอาลำไส้เล็กส่วนปลายประมาณ 10-15 เซนติเมตร มาทำเป็นกระเพาะปัสสาวะใหม่ แล้วนำท่อไต (ureters) ทั้ง 2 ข้าง เย็บต่อเข้ากับลำไส้เล็ก สโตมาจะอยู่ที่หน้าท้องส่วนล่างด้านขวา เป็นสโตมาที่เปิดถาวร มักทำในผู้ป่วยที่เป็น มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (cancer of bladder) กระเพาะปัสสาวะหดรัดตัวผิดปกติ มีความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะแต่กำเนิด อุบัติเหตุกระเพาะปัสสาวะแตก มีรูทะลุระหว่างลำไส้ตรงกับช่องคลอด (rectrovagina fistula) จากการได้รับรังสีรักษา เป็นต้น ปกติปัสสาวะจะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ (pH 5-6) น้ำปัสสาวะที่ขับออกจากสโตมาจะมีเมือกปนลักษณะสีขาวขุ่นไม่มีกลิ่น เป็นเมือกที่ขับจากลำไส้ที่นำมาเป็นกระเพาะปัสสาวะใหม่ถือว่าปกติ

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยผ่าตัดเปิดลำไส้ทางหน้าท้อง 
     • หลังผ่าตัดประมาณ 7-10 วัน แผลที่บริเวณ stoma ก็จะแห้งสนิท และระบบขับถ่ายอุจจาระก็จะเข้าสู่ภาวะปกติเช่นกัน ผู้ป่วยจึงสามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามเหมือนเดิม
     • หลังผ่าตัด 6–8 เดือน สามารถออกกำลังกายได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่หักโหมรุนแรง และ ไม่ควรยกของหนักเพราะอาจเป็นสาเหตุการเกิดไส้เลื่อนได้ 
     • รับประทานอาหารได้ทุกประเภท ยกเว้นบางโรคที่ต้องควบคุมการรับประทานอาหาร เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน โรคตับ โรคไต ความดันโลหิตสูง 
     • ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สและกลิ่น เช่น ถั่ว สะตอ ชะอม น้ำอัดลม เบียร์ เป็นต้น แต่ผลิตภัณท์บางชนิดมีตัวช่วยเก็บกลิ่นด้วย  
     • ควรดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6–8 แก้ว หลีกเลี่ยงปัญหาท้องผูก
     • การมีเลือดออกเล็กน้อยไม่ต้องตกใจ เพราะอาจเกิดจากการทำความสะอาดที่บ่อยหรือแรงเกินไป
     • การผ่าตัดไม่ได้ลดความต้องการทางเพศแต่อย่างใด ขึ้นกับการแสดงออกและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

อาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์ คือ
     1.  ผิวหนังรอบทวารเทียมอักเสบหรือเกิดแผลเปื่อยจากอุจจาระสัมผัสบริเวณผิวหนัง สาเหตุจากการปิดถุงที่ไม่พอดีหรือตำแหน่งทวารเทียมไม่เหมาะสม ทำให้เกิดมีรอยรั่วซึมของอุจจาระ หรือ ใช้สบู่ที่มีฤทธิ์แรงทำความสะอาด รวมทั้งการแพ้กาวจากถุงรองรับ อุจจาระ
     2.  ลำไส้ที่ทำทวารเทียมตีบแคบ บวม หรือ มีสีดำคล้ำ
     3.  ไส้เลื่อน หรือ ลำไส้ยื่นออกมามากผิดปกติ
     4.  เลือดออกมาก
     5.  ท้องเสียรุนแรง อุจจาระเหม็นผิดปกติ
     6.  ท้องผูก ไม่ถ่ายอุจจาระ ท้องอืด อาเจียน

      ในผู้ป่วยที่ต้องทำการผ่าตัดมีทวารเทียม มักมีความเครียดและมีความวิตกกังวลเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของตนเอง อาจมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านกิจวัตรประจำวัน การใช้ชีวิตในสังคม และอาจกระทบถึงบทบาทและสัมพันธภาพในครอบครัว แต่ถ้าผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องทวารเทียมและการดูแลทวารเทียม อีกทั้งได้รับแรงสนับสนุนจากบุคคลใกล้ชิดโดยการพูดเชิงบวก การไม่แสดงท่าทีรังเกียจจะสามารถสร้างกำลังใจที่ดีให้แก่ผู้ป่วยให้รับรู้ได้ถึงความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ยังเป็นที่รักและต้องการของบุคคลรอบข้างจะทำให้สามารถปรับตัวยอมรับสถานการณ์และโรคที่กำลังเผชิญอยู่ได้
 

 [ ขึ้นบน ]


   1/1
  << 1 >>


ขอโทษค่ะ! เฉพาะสมาชิกเท่านั้นถึงจะแสดงความคิดเห็นได้

[สมัครสมาชิก] | [เข้าสู่ระบบ]