1/1
<< 1 >>


Topic  :  มะเร็งลำไส้ระยะสุดท้ายจะรักษาอย่างไร ?


 เข้าชม:34612 
ตั้งคำถามโดย : chokcham
IP : 125.24.21.XXX

รบกวนอาจารย์หรือท่านผู้มีประสบการณ์ด้วยครับ ผมหมดทางแล้วจริงๆ คือคุณพ่อผมป่วยเป็นมะเร็งสำไส้ใหญ่ระยะสุดท้ายแล้ว เคยได้รับยา Erbitux จากโครงการประมาณ 6 เดือน หลังจากหมดโครงการก็ได้รับยา Irinotican พอเริ่มดื้อยา ก็ได้รับยา Oxitan ต่อ ครับ พอเริ่มดื้อยาอีก ด้วยความจนที่ไม่มีเงินรักษาคุณพ่อ ก็จำเป็นต้องหันกลับไปใช้ยา Irinotecan สลับกับยา Oxitan ครับ จนตอนนี้มะเร็งดื้อยา ทั้ง 2 ตัวแล้วครับ ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี หมดหนทางแล้วจริง ๆ คุณพ่อก็มีไข้ทุกวัน ไอมากจนน่าสงสาร เดินนิดหน่อยก็เหนื่อยแล้ว ผมจะทำอย่างไรต่อดีครับ  





คงต้องแนะนำว่ากลับมาดูแลแบบประคับประคอง เน้นให้คุณภาพชีวิตของคนไข้ดี เป็นจุดประสงค์หลักในการรักษาดีกว่าค่ะ เพราะยาต้านมะเร็งนั้นเมื่อดื้อยาแล้ว ก็ต้องเพิ่มโดสหรือเปลี่ยนยา แต่ ณ ตอนนี้ รู้สึกว่าคนไข้จะทำมาทุกอย่างแล้ว และยังดื้อยา ที่ดีที่สุดตอนนี้จึงควรต้องหยุดให้ยาต้านมะเร็งได้แล้ว เพราะมีแต่จะทำลายภูมิคุ้มกันของคนไข้ และเซลล์ที่ดีไปด้วย มะเร็งก็ควบคุมไม่ได้ รับแต่ผลเสียสะสมไปเรื่อยๆ คนไข้ก็จะอาการยิ่งแย่ลงไปอีก 

แนะนำให้สารอาหารให้เพียงพอ พยายามบำรุงร่างกายด้วยอาหารครบ 5 หมู่ เสริมด้วยอาหารทางการแพทย์บ้างก็ได้(ปรึกษาได้ตามร้านขายยา) คนไข้มีอาการไอและหอบเหนื่อยด้วย ไม่ทราบมีมะเร็งลุกลามเข้าสู่ปอดหรือไม่? นี่เป็นอาการของโรคมะเร็งที่เข้าสู่ปอด และเพื่อบรรเทาอาการไอ ขอแนะนำสมุนไพรแบบไทยๆ เพื่อช่วยแก้ไอ ดังนี้ค่ะ

กระเทียม  :  ใช้กระเทียมและขิงสดอย่างละเท่ากัน ตำละเอียดละลายกับน้ำอ้อยสด คั้นน้ำจิบแก้ไอขับเสมหะและทำให้เสมหะแห้ง หรือคั้นกระเทียมกับน้ำมะนาว เติมเกลือใช้จิบหรือกวาดคอก็ได้

ขิง  :  มีวิธีใช้ขิงเป็นยาแก้ไออยู่หลายวิธี อาจใช้ต้มกับน้ำพอเดือด ชงด้วยน้ำเดือด คั้นน้ำขิงโดยใช้กระสายยา คือ น้ำมะนาวก็ได้ ขนาดที่ใช้ตั้งแต่ 5-30 กรัม ทั้งนี้เนื่องจากขิงเป็นอาหารและไม่ปรากฏความเป็นพิษ ขนาดรับประทานจึงขึ้นกับความชอบของผู้ใช้ด้วย

ดีปลี  :  สำหรับการไอมีเสมหะ ควรใช้ดีปลีประมาณครึ่งผล ตำละเอียดเติมน้ำมะนาว และเกลือเล็กน้อย กวาดคอหรือจิบบ่อยๆ

มะนาว  :  ใช้น้ำมะนาว 1 ถ้วยชา ผสมน้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ และเกลือเล็กน้อย ชงน้ำอุ่นดื่มบ่อยๆ หรือน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ จิบแก้ไอ นอกจากนี้น้ำมะนาวยังใช้เป็นน้ำกระสายยาของสมุนไพรที่ใช้แก้ไออื่นๆ เช่น ดีปลี กระเทียม เป็นต้น

มะขาม   :  ใช้มะขามเปียก 3 กรัม จิ้มเกลือรับประทาน มะขามเปียกอาจมีเชื้อโรคและทำให้ท้องเสียได้ จึงควรนำมะขามเปียกมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลและเกลือเล็กน้อย จะได้ยาขับเสมหะที่มีรสกลมกล่อม
ข้อควรระวัง มะขามเปียกมีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วย จึงไม่ควรรับประทานมากเกินไป

มะขามป้อม  :  ใช้ผลสด ตำคั้นน้ำดื่มหรือกัดเนื้อเคี้ยวอมบ่อยๆ

มะแว้ง  :  ใช้ผลสด 5-10 ผล โขลกพอแตกคั้นเอาแต่น้ำใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ เวลาไอ 
 

 [ ขึ้นบน ]





ขอบคุณครับ ท่านอาจารย์ Health Consult : ตอนนี้มะเร็งลำไส้ (ได้ผ่าตัดออกแล้ว) ได้ลามไปที่ ปอดและตับ แล้วครับ แต่ใจผมก็ยังคิดว่า การให้ Chemo อาจจะทำให้ท่านพอยืดเวลาไปได้บ้าง ไม่รู้ว่าจะจริงหรือไม่ แต่ผมยังมีข้อสงสัย รบกวนอาจารย์อีกครั้งนะครับ ดังนี้
 1. เมื่อมะเร็งมันลามมาที่ปอด ทำไมไม่รํกษาด้วยยาที่รักษามะเร็งปอด หรือเมื่อเป็นที่ตับ ก็รักษาด้วยยาที่รักษามะเร็งตับ
  2. หากหยุดยา Chemo ทั้งหมดแล้วมารักษาด้วยสมุนไพร  จะพอยืดเวลาได้ มากกว่า การดูแลแบบประคับประคองไหมครับ  
รบกวนอาจารย์ทั้งหลายด้วยนะครับ สักวันหากเป็นไปได้ผมจะสอนให้ลูกผมเป็นแพทย์ มาช่วยเหลือคนจนบ้าง
 [ ขึ้นบน ]





 ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแก้ความเข้าใจผิด ดิฉันไม่ได้เป็นแพทย์แต่เป็นอาสาฯ ของชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง เจ้าของเว็ปไซด์นี้ ตอบคำถามตามความรู้ที่ได้รับการฝึกอบรมและตามประสบการณ์กว่า 10 ปี

    สำหรับการทำเคมีบำบัดเซลล์ที่ตอบสนองคือ เซลล์มะเร็ง (cancer cell) แต่เซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (cancer stem cell) นั้น ตอบสนองน้อยมากๆ ซึ่งเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งนี้เป็นเซลล์ตัวอ่อนของมะเร็ง จะเติบโตเป็นเซลล์มะเร็งได้อีกเมื่อร่างกายสู้มันไม่ได้ เป็นสาเหตุว่าทำไมมะเร็งจึงยังแพร่กระจายและเกิดซ้ำอยู่ ทั้งที่ก็ให้ยาเคมีบำบัดมานานแล้ว แม้ผู้ป่วยจะรับเคมีบำบัดต่อไปตอนนี้ ก็คงไม่สามารถยับยั้งมะเร็งได้ และคงไม่ได้ยืดเวลาของผู้ป่วยดังที่คุณตั้งใจ รังแต่จะทำลายภูมิคุ้มกันทำให้ผู้ป่วยอาการย่ำแย่ลงไปมากกว่า 

    1.  การให้ยารักษามะเร็งพิจารณาองค์ประกอบหลายอย่าง ที่สำคัญคือ ชนิดของเซลล์มะเร็ง ระยะของโรค การลุกลามของโรค จากนั้นจึงกำหนดชนิดยาที่จะให้ โดสของยา จำนวนครั้งที่ให้ยา เป็นต้นฯ มะเร็งมีจุดเริ่มต้นจากที่ใด แม้ลามไปยังอวัยวะอื่นก็ยังคงมีลักษณะนิสัยของเซลล์มะเร็งเหมือนเดิม เมื่อตรวจเจอมะเร็งที่ใดก็ตาม ต้องหาจุดเริ่มต้นของโรค ซึ่งอาจจะเป็นจุดที่ตรวจพบครั้งแรกหรือไม่ใช่ก็ได้ นอกจากนี้ จะต้องหาการลุกลามของโรคด้วย การวินิจฉัยที่ถูกต้องจะนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้อง

     2.  รักษาแบบประคับประคองขอให้คิดไว้ว่า เป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีพอสมควร ซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี นั้นหมายถึง
       -  ด้านสุขภาพกาย ได้แก่ กินได้ ถ่ายสะดวก แข็งแรง ไม่เจ็บปวด ช่วยตัวเองได้
       -  ด้านสังคม และสภาพแวดล้อม ได้แก่ ทำงานได้  เข้าสังคมได้ เป็นต้น
       -  ด้านจิตใจ ได้แก่ ใจสบาย ไม่เครียด นอนหลับดี
       -  ด้านจิตวิญญาณ ได้แก่ จิตสงบ
**สมุนไพรก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยรักษาแบบประคับประคอง และมีอย่างอื่นด้วยก็ได้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้น**

 [ ขึ้นบน ]


   1/1
  << 1 >>


ขอโทษค่ะ! เฉพาะสมาชิกเท่านั้นถึงจะแสดงความคิดเห็นได้

[สมัครสมาชิก] | [เข้าสู่ระบบ]