1/1
<< 1 >>


Topic  :  เท้าบวมหลังให้เคมีเสร็จแล้วต้องทำยังไงบ้างคะ ?


 เข้าชม:5752 
ตั้งคำถามโดย : wandee
IP : 183.88.21.XXX

 สวัสดีค่ะ
เพิ่งให้เคมีครั้งสุดท้ายไปเมื่อวันที่ 17เม.ย.56 ที่ผ่านมา ช่วงแรกยังไม่มีอาการอะไรผิดปกติ แต่เมื่อวานตอนคำ่สังเกตุว่าข้อเท้าช่วงตรงตาตุ่มเริ่มมีอาการบวมขึ้นเล็กน้อย หมอให้ทานยาต้านฮอร์โมนต่ออีก 5 ปี เพิ่งเริ่มทานไป 1 เม็ด อยากทราบว่าอาการบวมเกิดขึ้นเป็นปกติแล้วจะหายไปเองหรือเปล่าคะ หรือเกิดจากการขับรถมากเกินหรือเดินมากเกินไปคะ 
ขอบคุณค่ะ  





เท้าบวมไม่น่าจะเกิดจากยาเคมีบำบัดนะคะ แต่อาจเิกิดจากยาต้านฮอร์โมนได้ ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มทานไปแล้ว

อาการข้างเคียงของการใช้ยาต้านฮอร์โมน ได้แก่  รอบประจำเดือนเปลี่ยนแปลง สารคัดหลั่งทางช่องคลอดเปลี่ยนแปลง การมองเห็นผิดปกติ สับสน มีอาการเดินลำบาก หรือพูดลำบาก หายใจลำบาก กระหายน้ำอย่างรุนแรง มีก้อนนูนใหม่ที่บริเวณเต้านม มีอาการเหน็บชา หรือไม่รู้สึกของใบหน้า แขน หรือขา มีอาการปวดอุ้งเชิงกราน หรืออุ้งเชิงกรานบวมโตผิดปกติ ผิวหนัง หรือภายในปาก มีอาการแดง ลอก หรือมีตุ่มพอง มีอาการเจ็บหน้าอก หายใจเร็ว ผื่นคัน มีอาการบวม ปวด หรือกดเจ็บที่ขา หรือน่อง มีอาการบวมของใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น มีรอยฟกช้ำ หรือเลือดออกผิดปกติ อ่อนแรง มีเลือดออกทางช่องคลอด มีอาการตัวเลือง ตาเหลือง 

อาการข้างต้นเป็นเหตุจากฮอร์โมนที่มีเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยน เมื่อผ่านไประยะหนึ่งแล้วก็จะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณเพิ่งทานยาไป 1 เม็ด ก็ไม่น่าจะมีอาการมากมายดังข้างต้น ดังนั้น เรามามองที่สาเหตุดังข้างล่าง

หากจะว่ากันตามหลักแพทย์แผนโบราณ ว่าด้วยการไหลเวียนในร่างกาย ผู้ป่วยมะเร็งมักมีการไหลเวียนที่ไม่ดี โดยเฉพาะเพิ่งผ่านการรักษามา ไม่ว่าจะเป็นเลือด น้ำเหลือง หรือชี่ ลมปราณ(ตามหลักแพทย์จีน) เมื่อติดขัดตรงไหนก็เกิดการบวมตรงนั้นหรือปวดได้

การแก้ไข : ก็พยายามอย่านั่งห้อยขานาน ต้องเดินบ้างเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวและไหลเวียนในร่างกาย ออกกำลังกายบ้าง เดินเล่น วิ่งจ๊อกกิ้ง และอาจแช่เท้าด้วยน้ำอุ่น เช้า-เย็น เวลานอนเอาหมอนรองขาไว้ยกขาสูงกว่าระดับอก
 

 [ ขึ้นบน ]


   1/1
  << 1 >>


ขอโทษค่ะ! เฉพาะสมาชิกเท่านั้นถึงจะแสดงความคิดเห็นได้

[สมัครสมาชิก] | [เข้าสู่ระบบ]