1/2 ->
<< 1 2 >>


Topic  :  อาหารเพิ่มเม็ดเลือดขาว ?


 เข้าชม:95474 
ตั้งคำถามโดย : dung
IP : 192.168.3.218, 110.77.138.XXX

ดิฉันเป็นมะเร็งเต้านม ระยะที่ 1 ไป 2  ผ่าตัดแล้วเมื่อวันที่  4 มี.ค. 56  ได้คีโมเข็มแรกวันที่  20 มี.ค. 56  ผลข้างเคียงมีคลื่นไส้ มีไข้ต่ำๆ  เบื่ออาหาร อาการทั่วไปปกติดี     อยากทราบว่าอาหารที่จะเพิ่มเม็ดเลือดขาว มีอะไรบ้าง  เพราะทราบมาว่าถ้าเม็ดเลือดขาวไม่ถึงเกณฑ์จะรับคีโมเข็มต่อไปไม่ได้ค่ะ  





ดิฉันก็เป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 1 เหมือนกัน ผ่าตัดเมื่อต้นปี 55 ให้คีโมครบแล้ว ตอนที่กำลังอยู่ในช่วงให้คีโม ก็มีคนแนะนำให้ทานไข่ขาวบางคนก็ทานวันละ 5-6 ฟอง แต่ดิฉันทานวันละ 2 ฟอง เช้าเย็น ก็รู้สึกว่าได้ผลเหมือนกันค่ะปริมาณเม็ดเลือดขาวถึงเกณฑ์ทุกครั้งค่ะ  เอาใจช่วยนะคะ สู้ๆๆค่ะ


 [ ขึ้นบน ]





 แนะนำสูตรอาหารแบบแพทย์แผนจีนเพื่อเพิ่มเม็ดเลือดขาว 2 สูตร ดังนี้ค่ะ

แกงจีดหมูใส่เห็ดหูหนูสีดำ 

ส่วนประกอบ : เห็ดหูหนูสีดำสด ขีด, เนื้อหมู ขีด, น้ำเปล่า ถ้วย

วิธีทำ :  ล้างเห็ดหูหนูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ล้างเนื้อหมูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบางๆ ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงในหม้อต้ม เมื่อเดือดแล้วให้หรี่ไฟอ่อน ตุ๋นต่อไป รอให้น้ำซุปเข้มข้นและเนื้อหมูสุกดีแล้ว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวตามชอบ

คำอธิบาย :   รับประทานแกงจืดนี้วันละหนึ่งครั้ง ช่วยเพิ่มความเย็นลดความร้อน เสริมการทำงานของกระเพาะและม้าม ทั้งยังสามารถต่อต้านมะเร็งได้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาด้วยวิธีเคมีและรังสีบำบัด ซึ่งสภาพร่างกายมักจะอ่อนแอและมีระดับปริมาณเม็ดเลือดขาวลดลง


แกงจืดเต้าหู้ใส่เห็ดหอม
ส่วนประกอบ  :  เห็ดหอม 30 กรัม, เต้าหู้แบบนิ่ม 2 ก้อนต้นหอมซอยเล็กน้อย

วิธีทำ :  แช่เห็ดหอมจนนิ่ม ล้างให้สะอาด หั่นเป็นเส้น  หั่นเต้าหู้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ แล้วนำเห็ดหอมและเต้าหู้ใส่ลงในหม้อต้ม หลังจากที่ซุปเดือดแล้ว ปรุงรสด้วยการเติมน้ำมันงาและเกลือ ซีอิ๊วขาวตามชอบ โรยต้นหอมซอย ยกลงจากเตาก็รับประทานได้เลย

คำอธิบาย  :  ซุปนี้ช่วยคลายร้อนแก้พิษในร่างกาย เสริมการทำงานของม้ามและกระเพาะ บำรุงร่างกายที่อ่อนแอและต่อต้านมะเร็ง เหมาะแก่การรับประทานของผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัด หรือรังสีบำบัด ซึ่งมักจะมีสภาพร่างกายที่อ่อนเพลีย

 


 [ ขึ้นบน ]





( ตอบคำถามต่อ )

เนื่องจากเม็ดเลือดขาวเป็นสิ่งสำคัญมากของระบบภูมิคุ้มกัน เม็ดเลือดขาวต่ำ ภูมิคุ้มกันต่ำ จะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ร่างกายอ่อนแอ ส่งผลให้การรักษาไม่ราบรื่น ขอแนะนำเพิ่มเติมหลักอาหารเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ดังข้างล่าง

อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

                ในการรักษาเซลล์และอวัยวะสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงและอยู่ในภาวะสมดุล เราจำเป็นต้องรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง

-          วิตามินซี : ระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมดต้องอาศัยวิตามินซีในการทำงาน ดังนั้น ควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้สูง ซึ่งผลไม้และผักส่วนใหญ่ก็มีวิตามินซีสูงอยู่แล้ว

-          วิตามินเอ เป็นสารต้านไวรัสที่ทรงพลัง และช่วบบำรุงต่อมไทมัส วิตามินเอพบได้ใน ตับ ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาที่มีไขมันดีสูง น้ำมันตับปลา รวมทั้งเบต้าแคโรทีนในพืชผักซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอได้

-          วิตามินบี สำคัญต่อการทำงานของฟาโกไซต์ (เซลล์เม็ดเลือดขาว)  พบใน ข้าวกล้อง ธัญพืช

-          วิตามินอี :  เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอานุภาพและช่วยกระตุ้นการผลิตแอนตีบอดี้

-          แคลเซียม ช่วยเซลล์ฟาโกไซต์ในการทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอม พบในผลิตภัณฑ์จากนม

-          ซีลีเนียม จำเป็นต่อการผลิตแอนตีบอดี้

-          ธาตุเหล็ก เสริมสร้างภูมิต้านทานโดยรวม

-          สังกะสี ช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของทีเซลล์

** แร่ธาตุส่วนใหญ่พบใน เมล็ดพืช ถั่วเปลือกแข็ง และผักเขียว

นอกจากนี้ โปรตีนเป็นสิ่งจำเป็นต่อภูมิต้านทานที่เข้มแข็ง เนื่องจากร่างกายต้องใช้โปรตีนในการผลิตเซลล์ต่างๆ รวมทั้งแอนตีบอดี้ และเอนไซม์ของระบบภูมิคุ้มกัน โปรตีนประกอบด้วยกรดอะมิโนที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน ตัวอย่างเช่น กรดอะมิโนกลูตาไธโอน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสารล้างพิษที่สำคัญ ผู้คนส่วนใหญ่ขาดโปรตีน เราจึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงเป็นปริมาณมาก เช่น ถั่ว เมล็ดพืช เนื้อ และปลา

สารอาหารที่สำคัญชนิดอื่นๆ ได้แก่ ใยอาหาร ที่พบได้ในเมล็ดข้าวต่างๆ ผลไม้ และผัก จำเป็นต่อระบบการย่อย ช่วยทำให้ลำไส้สะอาดป้องกันการสะสมของสารพิษ และช่วยป้องกันการแพร่พันธุ์ของแบคทีเรียที่อันตราย ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนมีความสำคัญเนื่องจากมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 สูง ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโดยรวม จึงควรรับประทานถั่ว เมล็ดพืช และปลาที่มีไขมันดีมาก

ผักใบเขียว เช่น บล็อกโคลี่และกะกล่ำปลี มีสารคุณค่าพืชผักที่เรียกว่า กลูโคซิโนเลต ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็งที่มีฤทธิ์สูง แตงโม เกรปฟรุตสีชมพู และมะเขือเทศ มีปริมาณไลโคพีนสูง ซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารต้านมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง ขณะที่ผลไม้จำพวกเบอรี่ เช่น สตรอเบอรี่ บลูเบอรี่ ราสเบอรี่ มัลเบอรี่ มีสารต้านการอักเสบแอนโทไซยานิน และกรดเอลลาจิกที่สามารถช่วยลดการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง


 [ ขึ้นบน ]





 ขอเป็นกำลังใจให้เข้มแข็งสู้ๆ นะคะ ดิฉันก็เป็นเหมือนกันตอนนี้คีโมเพิ่งครบไปเมื่อวันที่ 17  เม.ย.นี่เอง ทานโปรตีนเยอะๆค่ะ พวกไข่ นม เนื้ออกไก่ ผัก ผลไม้ จิตใจไม่เครียดนะคะ พักผ่อนนอนให้หลับค่ะ  ไม่นานค่ะเดี๋ยวก็ผ่านไป ขอให้อดทนค่ะ
 [ ขึ้นบน ]





 ขอบคุณกำลังใจจาก คุณ wandee เพื่อสมาชิกด้วยค่ะ
 [ ขึ้นบน ]


   1/2 ->
  << 1 2 >>


ขอโทษค่ะ! เฉพาะสมาชิกเท่านั้นถึงจะแสดงความคิดเห็นได้

[สมัครสมาชิก] | [เข้าสู่ระบบ]