เช็กความเสี่ยง มะเร็งปอด ไม่เคยสูบบุหรี่ก็เป็นได้
VIEW: 184

     ความน่ากลัวของมะเร็งปอด คือการที่ไม่แสดงอาการจําเพาะในระยะเริ่มแรกจนทําให้บ่อยครั้งที่คนไข้มาพบแพทย์ด้วยอาการผิดปกติเช่น ไอเรื้อรัง ไอมีเลือดปน หอบหรือเหนื่อย ซึ่งอาจจะเป็นอาการที่บ่งบอกมะเร็งในระยะที่เกิดการลุกลามแล้ว

     และแม้ว่า "บุหรี่" จะเป็นปัจจัยหลักของการเกิดโรคมะเร็งปอด และโรคถุงลมโป่งพอง แต่ไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยงเพียงอย่างเดียว ดังที่เห็นได้จากผลสํารวจผู้ป่วยมะเร็งปอดทั่วโลก ปี 2018 ของ World Cancer Research Fund International ที่พบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านคน โดย “ผู้หญิง” ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดมากจนติดอันดับ 1 ใน 3 ของโรคมะเร็งทั้งหมด

 

 

     ดร.นพ.ศุภชัย เอกวัฒนกิจ โรงพยาบาลศิริราช เผยว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดส่วนใหญ่มักสูบบุหรี่ แต่ก็มีผู้ป่วยจํานวนไม่น้อยที่ไม่สูบบุหรี่แต่เป็นโรคมะเร็งปอด ดังนั้น สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปอดไม่ใช่มาจากการสูบบุหรี่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้เช่น การได้รับควันบุหรี่มือสองจากคนข้างๆ ที่สูบบุหรี่ ซึ่งถือเป็นการรับเอาสารก่อมะเร็งจากควันบุหรี่ทางอ้อม แต่กลับส่งผลร้ายแรงไม่แพ้คนที่ได้รับจากการสูบบุหรี่โดยตรง การสูดแร่ไยหินที่เกิดจากเหมือง โรงโม่หรืออู่ต่อเรือ การสัมผัสหรืออยู่ใกล้สารก่อมะเร็งประเภทต่างๆ เช่น แคดเมียม ซิลิกา ถ่านหิน ก๊าซเรดอน รวมถึงการสูดดมควันพิษหรือสัมผัสมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะคนที่อาศัยในเมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น ประสบปัญหาฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐาน ตัวอย่างเช่น สถานการณ์ของฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นปัญหาใหญ์ในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้

     นอกจากนี้ยังรวมไปจนถึงการสูดดมควันธูปเป็นประจํา การดื่มน้ำที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อนสารหนู และอีกหนึ่งความเสี่ยงที่คนส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้คือ “มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็น "โรคมะเร็งปอด” ซึ่งเกิดจากการถ่ายทอดยีนกลายพันธุ์หรือยีนที่ผิดปกติทางพันธุกรรมจากรุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ไปสู่รุ่น ลูก หลาน จะเห็นได้ว่าแม้เราไม่สูบบุหรี่แต่ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่สําคัญไม่แพ้กัน และเราทุกคนควรตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้มากขึ้น

     ส่วนการดูแลรักษาตัวเอง ให้ห่างจาก “มะเร็งปอด” คือ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรืออยู่ใกล้ผู้สูบบุหรี่ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก รวมถึงหลีกเลี่ยงหรือป้องกันการอยู่ในสภาวะแวดล้อมเสี่ยงอื่นๆ เช่น ใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 หรือมลพิษทางอากาศ และหากพบมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด ควรเข้ารับการตรวจยีนเพื่อคัดกรองความเสี่ยงทางพันธุกรรมเพื่อประเมินความเสี่ยง และวางแผนการตรวจคัดกรองให้ตรงจุดและเร็วขึ้น

     ทั้งนี้ปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา “Next Generation Sequencing” ที่สามารถช่วยตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีนที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูก จํานวนสูงสุด52 ยีน กว่า 2,800 รูปแบบการกลายพันธุ์ครอบคลุมมะเร็งมากกว่า 20 ชนิด เพื่อทราบความเสี่ยงมะเร็งรายบุคคลที่ตรงจุดเสี่ยงและสามารถวางแผนการดูแลรักษาสุขภาพได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

 

ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์



ลิงค์ที่น่าสนใจ