6 เคล็ดลับ กินต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่
VIEW: 808

     ขึ้นชื่อว่า “มะเร็ง” ไม่ว่าเป็นส่วนไหนหรือระยะใดก็ไม่มีใครอยากเป็น  ผลที่ตามมาคือ ความกังวลใจของผู้ป่วย คนรอบข้าง และการรักษาที่ไม่รู้ว่าจะจบที่ตรงไหน จะดีกว่ามั้ยถ้าเราสามารถป้องกันให้มะเร็งไกลตัวได้

งานวิจัยพบว่าพฤติกรรมการกินมีผลทำให้เกิดมะเร็งมากถึง  1  ใน 3 ของปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ  โดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม และมะเร็งตับอ่อน ดังนั้นการรู้จักเลือกอาหารให้เหมาะสมและถูกต้องจึงมีส่วนอย่างมากในการป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง

1. เลือกกินให้หลากหลายและครบหมู่
     การกินอาหารเหมือนเดิมทุกวัน เราจะได้รับสารอาหารที่จำกัด และไม่เพียงพอต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ หากอาหารมีความหลากหลายและมีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ จะเสริมสร้างสุขภาพที่ดี เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค สร้างความสมดุลให้ร่างกาย

2. กินผักผลไม้หลากสี ต้านมะเร็ง

  • สีแดง  อุดมด้วยไลโคปีน (Lycopene) พบมากในมะเขือเทศ พริกแดง  บีทรูท และแอปเปิ้ลสีแดง
  • สีเหลืองและส้ม อุดมด้วยวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน (Beta  carotene) พบมากใน ฟักทอง แครอท และส้ม
  • สีเขียว  อุดมด้วยอัลฟ่าแคโรทีน (Alpha Carotene)และคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)  พบมากใน ผักโขม  คะน้า บล็อคโคลี่
  • สีม่วง อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน  (Anthocyanin) พบมากในกะหล่ำม่วง  ดอกอัญชัน  บลูเบอร์รี่  ลูกพรุน  และข้าวเหนียวดำ
  • สีขาว  อุดมด้วยสารแซนโทน (Xanthone) พบมากในกระเทียม กล้วย ขิง  หัวไชเท้า กะหล่ำ  รวมถึงเห็ดต่างๆ

   
3. เพิ่มธัญพืชและถั่ว
     ธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสีและถั่วต่างๆ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้ง วิตามิน เกลือแร่ ไฟเบอร์ และโปรตีน รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ธัญพืชและถั่วที่แนะนำ ได้แก่   ข้าวกล้อง ลูกเดือย อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พิเทชิโอ ถั่วขาว นอกจากช่วยรักษาระดับน้ำตาลให้สมดุลแล้ว กากใยในธัญพืชและถั่วยังช่วยในการขับถ่าย ช่วยลดอาการท้องผูก ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

4. หมั่นเติมเครื่องเทศในอาหาร
     เครื่องเทศส่วนใหญ่นอกจากช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้อาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณลดการอักเสบ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง เช่น พริก ขมิ้น  กระเทียม  และขิง

5. เลี่ยงอาหารรสจัด อาหารไขมันสูง และเนื้อแดง

  • อาหารรสจัดโดยเฉพาะเค็มจัดและอาหารหมักดองที่ใช้เกลือจำนวนมาก   ส่งผลให้ความดันเลือดสูง
  • อาหารที่มีไขมันสูงจะส่งผลให้น้ำหนักตัวเกิน  ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เช่น เนื้อติดมัน ไขมันสัตว์ เนย และกะทิ
  • การบริโภคเนื้อแดงปริมาณมากเป็นประจำส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และอาจกลายเป็นมะเร็งลำใส้ใหญ่ได้ หากต้องการโปรตีนควรรับประทานอาหารประเภทปลา

6.หลีกเลี่ยงอาหารก่อมะเร็ง

  • อาหารทอดหรือปิ้งย่าง โดยเฉพาะอาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำหรือปิ้งย่างจนไหม้เกรียม หากจะกินควรตัดส่วนที่ไหม้เกรียมทิ้ง จะช่วยลดสารพิษได้บ้าง แต่ก็ไม่ควรรับประทานบ่อยจนเกินไป
  • อาหารที่ขึ้นราง่าย เช่น พริกแห้ง กระเทียม และถั่วลิสง ก่อนกินควรดูให้แน่ใจว่าไม่ได้ทิ้งไว้นานจนเกิดเชื้อรา
  • อาหารหมักดอง อาหารสำเร็จรูป ใส่สี รมควัน หรือใส่ดินประสิว เช่น ไส้กรอก แหนม ปลาร้า ขนม หรือเนื้อแดงที่สีสดมากๆ
  • อาหารสุกๆ ดิบๆ  อาหารที่ปรุงไม่สุกอาจทำให้เกิดการติดเชื้อพยาธิ ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นมะเร็งได้

     อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำนอกจากการระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหาร นั่นก็คือการหมั่นสังเกตดูความผิดปกติของอุจจาระของตัวเองทุกวัน ฝึกให้เป็นนิสัย เพราะการสังเกตุลักษณะของอุจจาระ เป็นการคัดกรองอาการป่วยเบื้องต้นแบบง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ หากพบว่าอุจจาระมีสี กลิ่น หรือลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

     นอกจากการ “เลือก” และ “เลี่ยง” อาหารต่างๆ ที่ส่งผลดีและผลร้ายต่อร่างกายแล้ว ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน งดการสูบบุหรี่และดื่มเหล้า รวมถึงทำจิตใจให้แจ่มใส เพื่อเป็นการป้องกันมะเร็งด้วยตัวเอง การพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพประจำปีตามช่วงอายุที่เพิ่มขึ้นก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและห่างไกลมะเร็ง

 

 


ข้อมูลจาก : นพ. ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท โรงพยาบาลสมิติเวช



ลิงค์ที่น่าสนใจ




บทความที่น่าสนใจ

บทความ ยอดนิยม