การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด
VIEW: 545

เรื่องที่พึงระวังและการจัดการกับปฏิกิริยาที่ไม่สบายกาย ในช่วงเคมีบำบัด ได้แก่

1. ดื่มน้ำให้มาก และปัสสาวะให้มาก ควรระมัดระวังในเรื่องสุขอนามัยเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อของท่อปัสสาวะ

2. ในเรื่องอาหารการกินควรรับประทานอาหารประเภทที่ให้สารโปรตีนและพลังงานสูง การได้รับอาหารเสริมที่เหมาะสม ทำให้วงจรพื้นฐานของร่างกายได้ดูดซึมสารอาหารที่ต้องการ ให้รับประทานทีละเล็กทีละน้อยแต่รับประทานหลายมื้อ อย่ารับประทานจนอิ่มเกินไป อาหารที่รับประทานควรมีนมโคสด ไข่ เนื้อ ปลา ถั่ว ผัก ผลไม้ต่างๆ อาหารหลักควรเป็นพวกจมูกข้าวหรือจำพวกเส้นหมี่เป็นดีที่สุด ไขมันควรเป็นน้ำมันพืชจะเหมาะสมกว่า การปรุงอาหารควรหลีกเลี่ยงการผัด ทอด ย่าง รมควัน ดองเป็นต้น การปรุงอาหารควรมีการเปลี่ยนรูปโฉมการปรุง เพื่อกระตุ้นความอยากอาหารของผู้ป่วย

3. ผู้ป่วยที่มีอาการปากแห้ง มีแผลในช่องปาก กลืนได้ยาก ควรรับประทานอาหารที่อ่อนนิ่ม หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นกรดและมีเนื้อหยาบ สามารถดื่มน้ำซุปหรือเครื่องดื่มอื่น ๆ เพื่อช่วยในการกลืนอาหาร ควรเคี้ยวให้ละเอียดแล้วค่อย ๆ กลืน หลังมื้ออาหารควรบ้วนปากและรักษาความชื้นของช่องปาก ให้ระวังป้องกันการติดเชื้อในช่องปากด้วย

4. ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักลดลงสามารถรับประทานอาหารที่มีสารอาหารเข้มข้น มีปริมาตรไม่ใหญ่โตและให้คุณค่าในด้านโปรตีนและพลังงานสูง นอกจากนี้แล้วยังสามารถรับประทานวิตามีนเพื่อทำให้เจริญอาหารได้อีกด้วย

5. ผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสีย ควรหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารที่ทำให้ท้องอึดท้องเฟ้อ เช่น ถั่วต่างๆ ต้นหอม มันเผือก ข้าวโพด นมโค เครื่องดื่ม น้ำอัดลม เป็นต้น ควรรับประทานอาหารที่มีกากเส้นใยต่ำ เพื่อลดปริมาตรของอุจจาระที่จะขับถ่าย ลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลมากเกินไป

6. ผู้ป่วยที่มีปัญหาท้องผูก เลือกรับประทานอาหารที่ให้สารกากใยสูง เช่น อาหารประเภทพืชผักผลไม้และธัญหารต่าง ๆ ดื่มน้ำให้มากและออกกำลังกายพอประมาณปล่อยอารมณ์ให้สบายๆ ไม่เครียด

7. ผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจางหรือขาดวิตามิน ควรเพิ่มเติมด้วยอาหารโปรตีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ บี ซี เป็นต้น

8. เมื่อพบว่าปริมาณเม็ดโลหิตขาวลดลง ควรระวังให้หลีกเลี่ยงการเข้าออกในที่สาธารณะ เช่น เมื่อการนับของเม็ดเลือดขาวลดลงถึง 3,000 ccm ควรสวมใส่ผ้าปิดปากและจมูกเป็นการป้องกันตนเอง บริเวณรอบๆ ไม่ควรวางแจกันและกระถางดอกไม้ ถังขยะก็ควรมีฝาปิดให้สนิท ควรระมัดระวังในเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคลให้มาก เช่น อาบน้ำหรือเช็ดตัวทุกวัน ตัดเล็บให้สั้น เคยชินกับการล้างมือ

9. ระมัดระวังในเรื่องของช่องปากและผิวหนังทั่วไปตามลำตัว ให้ตรวจดูว่ามีรอยผื่นสีแดง รู้สึกเจ็บปวด ผิวหนังแตกมีแผลเน่าเปื่อย เป็นต้น หากมีความรู้สึกว่าน่าจะติดเชื้อแล้วให้ไปปรึกษาแพทย์ทุกครั้งที่พบอาการเหล่านี้ คือ เป็นไข้ตัวร้อนเกิน 38 องศาเซลเซียส รู้สึกหนาวสั่น ไอ น้ำมูกไหล เจ็บคอ ปัสสาวะแสบขัด อุจจาระเหลว 3 ครั้งขึ้นไป

 



ลิงค์ที่น่าสนใจ