ดนตรีกับสมองเสื่อม
VIEW: 681

     ในปัจจุบัน เนื่องจากคนเราอายุขัยยืนยาวขึ้น ภาวะสมองเสื่อมซึ่งมักพบมากขึ้นตามอายุ จึงมีมากขึ้น การชะลอป้องกันการเกิดสมองเสื่อมและการบำบัดรักษา จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น

     สำหรับผู้สูงอายุปกติ หรือเพิ่งเริ่มมีปัญหาในด้านความจำเพียงเล็กน้อย การออกกำลังกาย การได้คิดอ่านไปพร้อมๆ กับการออกกำลังกาย การทำกิจกรรมกลุ่มสันทนาการ การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ตรวจสุขภาพและควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง งดการสูบบุหรี่ และการที่มีภาวะโภชนาการที่ดี ลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน พบว่าช่วยชะลอการถดถอยของความจำได้

     ถึงแม้หลักฐานวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับผลของดนตรีต่อสมองยังมีไม่ชัดเจนนัก แต่โดยทั่วไปผลมักออกมาว่าดนตรีมีผลต่อสุขภาพในด้านต่างๆ โดยผ่านทางการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีต่างๆ ในสมอง เช่น สารสื่อประสาทหลายๆ ชนิดเปลี่ยนแปลงไปในทางที่มีผลดีกับสุขภาพมากขึ้น เช่น ฮอร์โมนคอร์ติซอลลดลง ทำให้ความเครียดลดลง  ผลต่อเมลาโทนินทำให้หลับได้ดีขึ้น ผลต่อ oxytocin ทำให้เข้าสังคมได้ดี นอกจากนั้นยังมีผลต่อสารสื่อประสาทชนิดอื่นๆ อีกหลายชนิด ซึ่งผลของดนตรีต่อสมองมีหลายอย่างที่เหมือนกับผลของการฝึกสมาธิ

     ดนตรีกระตุ้นอารมณ์ ซึ่งเชื่อมไปสู่ความจำ ทำให้ชะลอการถดถอยของความจำ  ผู้ป่วยสมองเสื่อมยังมีความสามารถในการรับรู้ดนตรี ถึงแม้ความสามารถในหลายๆ ด้านของสมองจะสูญเสียไปแล้วก็ตาม  การฟังและร้องเพลง เป็นการกระตุ้นสมองทั้งสองด้าน   ผู้ป่วยสมองเสื่อมถึงแม้จะมีอาการในระยะปานกลางหรือรระยะรุนแรง จนไม่สามารถพูดสื่อสารได้แล้ว ก็ยังมีการตอบสนองต่อดนตรี และสื่อสารกับผู้ดูแลได้มากขึ้น ความสามารถของสมองในบางด้านดีขึ้น เช่น สมาธิจดจ่อดีขึ้น ความจำเกี่ยวกับภาพที่เห็นดีขึ้น  นอกจากนั้นดนตรียังช่วยให้พฤติกรรมและอารมณ์ของผู้ป่วยดีขึ้น เช่น  ลดอาการพลุ่งพล่านกระวนกระวาย  ลดอารมณ์ซึมเศร้า ความวิตกกังวลและความเครียด  และเมื่อประสานดนตรีไปกับกิจวัตรประจำวัน จังหวะของดนตรี อาจกระตุ้นให้เกิดความจำในการทำกิจวัตรประจำวันได้ดีขึ้น

 

ข้อมูลจาก : ศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล



ลิงค์ที่น่าสนใจ