ยีนบำบัดรักษามะเร็ง
VIEW: 707

 

การปฏิวัติการวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็ง

    เมื่อปี ค.ศ. 2006  มีความยิ่งใหญ่ที่สุดของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าการดูแลรักษาโรคของมนุษย์ไปตลอดกาล  นั่นคือความสำเร็จของโครงการศึกษาเรื่องการถอดรหัสดีเอ็นเอของมนุษย์  ทำให้สามารถทราบถึงรหัสดีเอ็นเอของยีนทุกยีนของมนุษยชาติ  โรคภัยไข้เจ็บของมนุษย์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของยีนในเซลล์และความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม  การดำเนินชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็งที่เป็นมหันตภัยเงียบที่คร่าชีวิตมนุษย์ทั่วโลกมากมายนั้น  มีสาเหตุมาจากการกลายพันธุ์ของยีนที่อยู่ภายในเซลล์มะเร็ง

    ผลจากกการรู้จักยีนทุกยีนในร่างกายมนุษย์  ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญพื้นฐานของการเกิดโรคต่างๆในมนุษย์  ทำให้เกิดการปฏิวัติทางการแพทย์เข้าสู่ยุคของการแพทย์โมเลกุล  (Molecular  Medicine)  ซึ่งจะทำให้การป้องกันและรักษาโรคต่างๆมีประสิทธิภาพและผลข้างเคียงลดน้อยลง  นอกจากนี้ยังเปลี่ยนโฉมการวินิจฉัยโรคต่างๆ  โดยสามารถวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่ยังไม่เกิดโรค  และเกิดการผลิตยาที่ออกฤทธิ์ตรงตามเป้าหมายและกลไกการเกิดโรค  สามารถทำนายผลข้างเคียงต่อยาได้อย่างแม่นยำ

    การวินิจฉัยโรคมะเร็งระดับโมเลกุล  (Molecular  Diagnosis  Cancer)  ทำให้การวินิจฉัยโรคมะเร็งมีความไวสูง  เช่น  การตรวจทางโมเลกุลด้วยเทคนิคพีซีอาร์  (ย่อมาจาก  Polymerase  Chain  Reaction)  สามรถตรวจเซลล์มะเร็งหนึ่งเซลล์ที่ปะปนในเซลล์ปกติหนึ่งล้านได้  การพัฒนาเทคโนโลยีในการตรวจยีนจำนวนหลายพันยีน  โดยอาศัยแผ่นตรวจขนาดเท่าซิมการ์ดของโทรศัพท์มือถือที่เรียกว่า  ไมโครอาเรย์  (Microarray)  สมารถตรวจค้นยีนผิดปกติจำนวนมากในการตรวจเพียงครั้งเดียวได้  โดยปรากฏผลบวกของการตรวจเป็นจุดเล็กๆเท่าอณู  ซึ่งต้องวิเคราะห์ต่อด้วยคอมพิวเตอร์  สามารถประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในคนปกติได้เรียกว่า  การคัดกรองมะเร็งระดับโมเลกุล  (Molecular  Screening)  ในปัจจุบันนี้เราสามารถตรวจแบ่งแยกโรคมะเร็งตามลักษณะของยีนที่ผิดปกติเรียกว่า  การแบ่งแยกชนิดของโรคมะเร็งระดับโมเลกุล  (Molecular  Classification) ทำให้สามารถตรวจค้นวินิจฉัยและรู้จักโรคมะเร็งอย่างลึกซึ้งอย่างที่ไม่เคยทราบมาก่อนในอดีต  การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งระดับโมเลกุลทำได้แล้วในบ้านเรา

    การทำนายการดำเนินโรคมะเร็งว่าร้ายแรงมากหรือน้อยโดยอาศัยข้อมูลทางเทคนิคและพยาธิวิทยาไม่ละเอียดเพียงพอในการทำนายโรคมะเร็ง  เมื่อนำเทคโนโลยีทางอณูชีววิทยามาตรวจหายีนต่างๆของมะเร็งที่ผิดปกติสามารถทำนายโรคมะเร็งได้ว่าร้ายแรงเพียงใด  เช่น   การตรวจยีน  21  ชนิดในโรคมะเร็งเต้านม (เรียกว่าการตรวจออนโคไทพ์)  หรือการตรวจยีน  90  ชนิดในโรคมะเร็งเต้านม  (เรียกว่าแมมมาพรินท์)  สามารถทำนายโรคมะเร็งเต้านมหลังการผ่าตัดว่าร้ายแรงพียงใด  และรักษาต่อไปภายหลังอย่างไร  เป็นที่น่ายินดีว่าการตรวจทั้ง  2  วิธีนี้สามารถทำได้ในประเทศไทยแล้ว  

    นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ความรู้  จากการถอดรหัสดีเอ็นเอ  ว่าใช้ทำนายการตอบสนองต่อการรักษาโรคมะเร็งได้  ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองต่อยาเคมีบำบัด  ฮอร์โมนบำบัด  หรือการรักษาตามเป้าหมาย  (Targeted  Therapy)  ในการประชุมของสมาคมมะเร็งวิทยาสหรัฐอเมริกาปีนี้  การรายงานการศึกษาที่พบว่าการตรวจการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งจากยีนมะเร็งชื่อเคราส  สามารถทำนายการตอบสนองต่อการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแพร่กระจายด้วยยายับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งชื่อยาเซทูชิแมบได้  ถ้าตรวจพบยีนเคราสในก้อนมะเร็งลำไส้ใหญ่กลายพันธุ์  ผู้ป่วยจะไม่ตอบสนองยาเซทูซิแมบ  ควรรักษาด้วยยาอื่นๆ

    การทราบรหัสดีเอ็นเอของมนุษย์ทำให้สามารถค้นพบยีนที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งมากมาย  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้นในการคิดค้นพัฒนายาที่ออกฤทธิ์ตรงตามเป้าหมายของการเกิดโรคมะเร็งเรียกว่า  การรักษาตามเป้าหมาย  (Targeted  Therapy)  ซึ่งในขณะนี้มียาเหล่านี้หลายชนิดที่ผ่านการอนุมัติขององค์การอาหารและยาประเทศไทย  เพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทย

    ยีนบำบัด  (Gene  Therapy)  เป็นการนำยีนภายนอกใส่เข้าไปในเซลล์ที่ขาดยีนนั้นหรือยีนผิดปกติที่ก่อให้เกิดโรค  เช่น มะเร็งบางชนิดมียีนต้านมะเร็งชื่อพี  53  ผิดปกติ  การใส่ยีนพี  53  ปกติฉีดเข้าไปในเซลล์มะเร็งของศีรษะและคอ  สามารถทำให้ก้อนมะเร็งฝ่อลงได้  ยิ่งไปกว่านั้นยังอาจนำยีนบำบัดโรคใส่ในเซลล์ภูมิคุ้มกันเพื่อให้ไปทำลายเซลล์มะเร็งได้  เช่น  นำเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็งเรียกว่า  Natural  Killer Cell  หรือ  NK  Cell  โดยแยกจากเลือดของผู้ป่วย  นำมาเลี้ยงกระตุ้นให้แข็งแรงเพิ่มปริมาณมากขึ้นและฉีดกลับเข้าไปในตัวผู้ป่วยมะเร็งเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกาย  สามารถใส่ยีนที่สร้างภูมิคุ้มกันเข้าไปในเซลล์ดังกล่าว  เพื่อเสริมฤทธิ์การทำลายเซลล์มะเร็ง  ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถทำได้ในประเทศไทยแล้วในขณะนี้

    การตรวจระดับโมเลกุลสามารถตรวจทำนายการเกิดผลข้างเคียงจากยาได้ เช่น   การเกิดผลข้างเคียงจากยาไอริโทนีแคนที่ใช้รักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่  ในผู้ป่วยที่ขาดเอนไซม์  UDT  อาจเกิดผลช้างเคียงรุ่นแรงจากยาได้  การตรวจยีนดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงจากยาดังกล่าว

    ในอนาคตอันใกล้นี้การรักษาผู้ป่วยจะเปลี่ยนโฉมกลายเป็นการรักษาที่จำเพาะตามลักษณะของยีนในผู้ป่วยแต่ละรายเรียกว่า  การแพทย์เฉพาะบุคคล  (Personalized  Medicine)  มนุษย์แต่ละคนอาจมีการ์ดหรือชิพคอมพิวเตอร์ที่บันทึกหัสของยีนของตนเอง  เมื่อเจ็บป่วยก็นำการ์ดนี้ไปตรวจหรือรับการรักษาที่เหมาะสมกับดีเอ็นเอของตนเอง  ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งที่ตรวจพบจากการตรวจพบยีนก่อโรคก็สามารถป้องกันการเกิดโรคได้ก่อนที่โรคจะเกิดขึ้นในร่างกาย



ลิงค์ที่น่าสนใจ