การดูแลผู้ป่วยมะเร็งเมื่อรับรังสีรักษา
VIEW: 551

 

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งเมื่อรับรังสีรักษา

 


1. การดูแลผิวหนัง
     เส้นที่แพทย์ขีดเส้นไว้ เป็นบริเวณที่ฉายรังสีมีความสำคัญมาก เพื่อการรักษาได้แม่นยำถูกต้อง และเป็นบริเวณที่บอบบางเกิดแผลได้ง่าย จะต้องได้รับการดูแลพิเศษ ดังต่อไปนี้คือ

 


1.1) ระมัดระวังไม่ให้เส้นลบ หลีกเลี่ยงการถูกน้ำ ถ้ามีเหงื่อออกให้ใช้ผ้านุ่มซับให้แห้ง การอนุญาตให้อาบน้ำได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผู้ให้การรักษา หากแพทย์อนุญาตให้อาบน้ำได้ ก็ไม่ควรขัดถู เพียงแต่ให้อาบน้ำผ่าน ๆ แล้วซับให้แห้งเท่านั้นพอ
1.2) ไม่ควรใช้แป้งทาตัวหรือทายาหรือครีมใด ๆ แม้แต่สบู่ในบริเวณรับการฉายรังสี เพราะอาจทำ ให้เกิดปฏิกิริยาได้มาก ยกเว้นเป็น ยาที่รังสีแพทย์สั่งให้หรืออนุญาตให้ใช้
1.3) ห้ามแกะ เกา เพราะทำให้เกิดแผลได้ง่าย (หนวดให้ใช้กรรไกรเล็มได้)
1.4) ห้ามวางกระเป๋าน้ำร้อนหรือน้ำแข็ง หรือถูกแสงแดดเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดการ ระคายเคืองต่อผิวหนัง
1.5) เสื้อผ้าที่สวมใส่ควรใส่ง่าย เนื้อผ้าอ่อนนุ่มและสะอาดไม่เสียดสีผิวหนัง สำหรับผู้ที่ฉายรังสี บริเวณลำคอไม่ควรสวมเสื้อมีปก และไม่ควรใส่เครื่องประดับ เช่น สร้อยพระ หรือเครื่องราง ส่วนผู้ที่ฉายรังสีบริเวณเต้านมก็ไม่ควรสวมเสื้อยกทรงในช่วงเวลาที่รับการฉายรังสี
1.6) การดูแลผิวหนังจะต้องกระทำตั้งแต่เริ่มการรักษาและต่อไปอีก 3-4 สัปดาห์ หลังการฉายรังสี ครบ หรือจนกว่าแพทย์สั่ง อย่าขัดถูเพื่อลบรอยหมึกที่ขีดไว้ ควรปล่อยให้จางหายไปเองเมื่อรักษาครบแล้ว และนวดครีมบำรุงผิวเพื่อลดความแข็งกระด้างของผิวหนังเมื่อแพทย์อนุญาต

 


2. อาหารและยา
    ไม่มีอาหารแสลงต่อรังสี แต่ควรต้องรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ และพอเพียงเพื่อคงน้ำหนักตัวไว้ ดังนี้คือ

 


2.1) ควรรับประทานอาหารที่สะอาด อ่อน ย่อยง่าย รสไม่จัด มีคุณค่าครบ ทางโภชนาการ และได้ปริมาณแคลอรี่ที่เพียงพอ ถ้ารับประทานอาหารได้น้อย ก็จำเป็นต้องเพิ่มอาหารเสริมอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น นมถั่วเหลือง นมสด หรืออาหารเสริมทางการแพทย์ ซึ่งปัจจุบันมีการผลิตเป็นชนิดผงใช้ชงกับน้ำอุ่นดื่มได้เลย ดื่มง่ายเนื่องจากมีการเติมสี กลิ่น รสต่าง ๆ ร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตามควรพิจารณาคุณค่าทางอาหารจากข้างกล่องด้วย โดยเลือกรับประทานในระหว่างมื้ออาหารหลัก สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง จำเป็นต้องจำกัดอาหารบางประเภทตามวิธีการรักษาของโรคนั้น และปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์ผู้รักษาด้วยเช่นกัน
2.2) งดอาหารหมักดอง เหล้า บุหรี่ หมาก จำกัดเครื่องดื่ม น้ำชา กาแฟ อาจดื่มได้วันละ 1-2 แก้ว
2.3) ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หรืออาจเป็นเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ชอบ เช่น น้ำผลไม้ น้ำหวานแทน เพื่อขับของเสียจากการทำลายเนื้อเยื่อออกทางปัสสาวะ และทำให้บริเวณที่รับรังสีชุ่มชื่นลดการระคายเคืองและอักเสบ
2.4) ควรรายงานให้รังสีแพทย์ทราบถึงยาทุกชนิดที่รับประทานอยู่ก่อนเริ่มการรักษา และใน ระหว่างการรักษา และควรนำยาทั้งหมดมาด้วยเมื่อพบแพทย์ การแจ้งรังสีแพทย์ ทราบถึงแผนการรักษา วันนัด และยาที่ใช้เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสอดคล้องในการรักษาร่วมกัน
2.5) ห้ามใช้ฮอร์โมนก่อนรังสีแพทย์จะอนุญาต (ซึ่งอาจผสมในวิตามิน ยาคุมกำเนิด เครื่องสำอาง ที่ใช้อยู่) เนื่องจากอาจมีผลต่อการควบคุมโรค

 


3. การพักผ่อนหย่อนใจ
3.1) พยายามพักผ่อนนอนหลับให้เต็มที่ เพราะจะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานสะสมเพิ่มมากขึ้น เพื่อใช้ในการต่อสู้กับโรคได้อย่างเต็มที่
3.2) งดการเดินทาง และความเครียด เพราะจะทำให้อ่อนเพลียได้
3.3) ควรหาโอกาสผ่อนคลายความเครียดด้วยการอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูโทรทัศน์ ปลูกต้น ไม้ เล่นเกมส์ ทำสมาธิ ทำการฝีมือ หรืองานอดิเรกอื่น ๆ รวมถึงการไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มีอากาศปลอดโปร่ง โล่ง ไม่แออัด
3.4) พยายามทำจิตใจให้สบาย มั่นใจในการรักษา ซึ่งเป็นผลส่วนหนึ่งที่ทำให้การรักษาได้ผลดี
3.5) ไม่มีข้อห้ามในการออกกำลังกาย แต่ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอตามสภาพร่างกายเอื้อ อำนวย และสามารถจะกระทำได้

 


4. การบริหารออกกำลังกาย
     ควรทำการบริหารข้อต่อและกล้ามเนื้อบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ และวันละหลาย ๆ ครั้งเมื่อมีเวลาว่างและทุกครั้งที่นึกได้ในโอกาสและสถานที่เอื้ออำนวยให้ทำการบริหารร่างกาย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการลดอาการข้างเคียงจากปัญหาข้อติดยึด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งทำให้ยากต่อการรักษาต่อไป
     การบริหารที่ถูกต้อง จะช่วยลดการยึดตรึงของข้อ ลดการเกิดพังผืดที่จะยึดติด ตรึงข้อติด ทำให้เคลื่อนไหวยากลำบาก หรือเคลื่อนไหวไม่ได้เลยหากไม่หมั่นทำการบริหารข้อและกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอไปจนตลอดชีวิต



ลิงค์ที่น่าสนใจ