เนื้อสัตว์หมักดอง กับสารก่อมะเร็ง
VIEW: 4245

 
 เนื้อสัตว์หมักดอง กับสารก่อมะเร็ง
 
 
 

     อาหารในกลุ่มเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อปลา หากไม่ผ่านการแช่แข็งก็จะเกิดการเน่าเสีย  เพื่อเป็นการถนอมหรือยืดระยะเวลาของอาหารจึงเกิดกระบวนการถนอมอาหารที่เรียกว่า การหมักดองขึ้น  อาหารหมักดองที่เราคนไทยมักคุ้นชิน ได้แก่ ปลาร้า ปลาส้ม ปลาเค็ม แหนม หมูยอ กุนเชียง หรือแม้แต่อาหารฝรั่งอย่าง ไส้กรอก แฮม เบคอน เหล่านี้ล้วนถูกปากถูกใจหลายๆคน แต่อาหารทั้งหลายที่กล่าวไปนั้นนอกจากสารอาหารยังเหลือน้อยมากหรือแทบจะไม่มีสารอาหาร ยังมีสารที่ชื่อว่าไนรโตรซามีนประกอบอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย
 

สารไนรโตรซามีนคืออะไร??

 


  สารไนโตรซามีน หรือที่เรียกกันง่ายๆก็คือ สารกันบู เป็นสารถนอมสีเนื้อสัตว์ให้ดูสวย สดใหม่เสมอ เป็นสารที่ช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อแบคทีเรีย หรือที่เราได้ยินกันบ่อยๆก็คือ ดินประสิ่ว ในเนื้อสัตว์มีสารที่ชื่อว่าสารเอมีนเป็นองค์ประกอบ เมื่อใส่สารกันบูดลงไปในเนื้อสัตว์ทำให้สารกันบูดหรือ ไนเตรตทำปฏิกิริยากับสารเอมีนในเนื้อสัตว์ จึงเกิดเป็นสารไนรโตรซามีนขึ้น



 

  ไนรโตรซามีน ก่อมะเร็ง???
 

     มีงานวิจัยชี้ว่า สารไนรโตรซามีนมีผลก่อให้เกิดมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งไต มะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหารในหนูทดลอง  ส่วนในคนมีหลักฐานระบุว่าเป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งตับ มะเร็งหลอดอาหาร
 

     กระทรวงสาธารณะสุขได้มีการอนุญาตให้ใช้สารไนเตรตและสารไนไตรท์ในผลิตภัณฑ์อาหารหมักดองได้ไม่เกิน 500 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม และสารไนไตรท์ 125 มิลลิกรัม ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม  หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย.ก็จะมีปริมาณสารดังกล่าวระบุไว้ที่ฉลาก แต่หากเป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับมาตรฐานหรือที่ไม่มีฉลากบอกข้างซองผลิตภัณฑ์ ถือว่ามีความเสี่ยงและน่าห่วงไม่น้อย เพราะไม่สามารถรู้ที่มาการผลิต ปริมาณสารอันตราย ที่อาจส่งผลต่อร่างกายของผู้บริโภค 
 

     ความน่ากลัวของสารไนโตรซามีนยังไม่หมด หากสารดังกล่าวถูกปรุงแต่งเพิ่มด้วยพริกหรือพริกไทย สารปรุงรสต่างๆเพิ่มมากขึ้นก็จะยิ่งทำให้ปริมาณสารไนโตรซามีนมีสูงขึ้นอีก เอาเป็นว่าถ้ากินแล้วต้องเสี่ยงขนาดนี้ เราลองหันมาทานของสดกันน่าจะปลอดภัยกว่า


     หรือหากใครที่เป็นคนคลั่งไคล้หลงไหลอาหารหมักดองเหล่านี้ให้คุณลอง ลดปริมาณการกินและเลี่ยงการกินซ้ำบ่อยๆ ให้คุณพึงเตือนสติตัวเองเสมอว่า กำลังเอาสารก่อมะเร็งเข้าไปในร่างกาย วันแรก อาจยังไม่เป็นไร วันที่สองอาจจะยังไม่แสดงผล แต่ถ้าค่อยๆสะสม จาก 1 วันเป็น 1 ปี จาก 10 วัน เป็น 10 ปี มันอาจเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายที่บ่อนทำลายสุขภาพร่างกายของคุณไปตลอดชีวิตก็เป็นได้ 


ข้อมูลจาก สสส.

 

 



ลิงค์ที่น่าสนใจ