แป้งฝุ่น อันตรายจากสารทัลคัม
VIEW: 7257

 แป้งฝุ่น อันตรายจากสารทัลคัม



 
       หลังจากที่เมื่อไม่นานมานี้ มีกระแสข่าวว่าบริษัทผู้ผลิตแป้งฝุ่นชื่อดังของโลกอย่างจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ต้องโดนฟ้องร้องและจ่ายค่าเสียหายให้กับผู้ป่วยเป็นจำนวนมหาศาล เนื่องจากไม่มีสลากคำเตือนถึงความเสี่ยงของการใช้แป้งฝุ่นที่อาจก่อเป็นมะเร็งได้ ทำไมแป้งฝุ่นถึงทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ วันนี้เรามีคำตอบ
 
   แป้งฝุ่น เสี่ยงมะเร็งปอดและมะเร็งรังไข่
 
แป้งฝุ่นที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป และมักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเด็กและผู้หญิง เพื่อความหอม ความงาม และความสดชื่น คุณรู้หรือไม่ว่าแป้งฝุ่นที่เราใช้กันบ่อยๆนี้ อาจเป็นภัยเงียบที่แฝงมากับโรคร้าย เพราะในแป้งฝุ่นมีส่วนผสมที่เรียกว่า “สารทัลคัม”
 
แป้งฝุ่นที่มีส่วนผสมของสารทัลคัม ผลิตจากแร่หินชนิดหนึ่งที่เรียกว่าทัลค์ (Talc) หรือแป้งทัลคัม (Talcum powder) เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่งประกอบด้วยธาตุแมกนีเซียม ซิลิกอนและออกซิเจน มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นและกลิ่นได้ดี ทำให้ผิวแห้งลื่นเนียน จึงนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักของแป้งฝุ่นชนิดต่างๆ  ผลิตจากการนำหินทัลคัมมาโม่ให้ละเอียด อบให้แห้ง ฆ่าเชื้อ และแยกสิ่งแปลกปลอมออกไป  
     สารคัลทัมดังกล่าวหากเราได้รับการสูดดมเป็นประจำสะสมเป็นระยะเวลานานๆอาจทำให้เกิดมะเร็งปอดได้ เพราะสารตัวนี้ไม่สามารถย่อยสลายไปได้ตามธรรรมชาติ หรือจะให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เมื่อเราสูดดมเข้าไปผ่านยังปอดมันก็จะไปสะสมและเกาะที่เซลล์บุผิวปอด นานเข้าก็จะทำให้ปอดเกิดอาการอักเสบ ผู้ป่วยมีอาการไอเรื้อรังหรือระบบทางเดินหายใจติดขัดขั้นรุนแรง ปอดติดเชื้อ และอาจก่อตัวเป็นเนื้องอกหรือกลายเป็นมะเร็งปอดในที่สุด

 
     ส่วนคุณผู้หญิงที่ใช้แป้งในบริเวณจุดซ้อนเร้นควรระวัง เพราะหากคุณทาแป้งที่มีสารทัลคัมอาจฟุ้งและหลงเข้าไปในร่างกายผ่านช่องคลอด มดลูก ท่อนำไข่ และเข้าสู่ช่อท้องในที่สุด ซึ่งสารทัลคัมดังกล่าวอาจกระตุ้นให้รังไข่เกิดการอักเสบและอาจทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตขึ้นได้
     รายงานการศึกษาของนักวิจัยนำโดย ดร.แมกกี เกตส์ จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ฮาร์ดในบอสตัน ที่มีคำเตือนให้ผู้หญิงต้องระวังการใช้แป้งฝุ่น โดยเฉพาะการใช้แป้งบริเวณจุดซ้อนเร้น โดยผลการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่ใช้แป้งบริเวณจุดซ่อนเร้นมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้แป้งถึง 40% จึงเตือนให้ผู้หญิงไม่ควรทาแป้งบริเวณดังกล่าว

 
     เมื่อมีข่าวมีกระแสออกมาแบบนี้ หลายคนคงมีความกังวลว่าแล้วเราควรใช้แป้งอะไรเพื่อความปลอดภัย เบื้องต้นก่อนการซื้อผู้ใช้ควรอ่านฉลากและส่วนประกอบหากมีส่วนผสมของสารทัลคัมควรหลีกเลี่ยง หรือหากต้องซื้อแป้งที่มีสารทัลคัมมาใช้จริงๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปริมาณมาก หลีกเลี่ยงการสูดดมโดยตรง และไม่ควรทำให้แป้งเกิดความฟุ้งกระจาย นอกจากนี้หากปัจจุบันยังมีแป้งที่มีวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น แป้งข้าวโพด แป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์ ซึ่งแป้งที่มีวัตถุดิบมาจากธรรมชาติเหล่านี้สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ
 
เห็นแบบนี้แล้ว ก่อนซื้อคงต้องสังเกตฉลากและอ่านรายละเอียดสักนิด จะได้ปลอดภัยทั้งกับตัวเราเอง เจ้าตัวน้อยและคนในครอบครัวให้ห่างไกลจากโรคทางเดินหายใจและโรคมะเร็ง
 


ลิงค์ที่น่าสนใจ