เจาะลึกผลตรวจแมมโมแกรม
VIEW: 7825

 ผลจากการตรวจแมมโมแกรม


      แมมโมแกรมมีการรายงานผลด้วยแนวทางการแปลงผลที่เีรียกว่า BI-RADS ย่อมาจาก Breast Imaging Report and data system ซึ่งเสนอโดยสมาคมรังสีแพทย์อเมริกัน โดยแบ่งเป็น

ระดับ 0  หมายถึง ยังรายผลแน่นอนไม่ได้ ต้องมีการเปรียบเทียบกับแมมโมแกรมครั้งก่อน หรือคุณหมออาจขอให้คนไข้ตรวจอัลตร้าซาวด์เพิ่มเติม

ระดับ 1  หมายถึง ไม่พบความผิดปกติใดๆ (ควรตรวจในอีก 1 ปีถัดไป)

ระดับ 2  หมายถึง ตรวจพบบางสิ่งแต่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น หินปูนชนิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง (ควรตรวจอีกในอีก 1 ปีถัดไป)

ระดับ 3  หมายถึง ส่ิงที่ตรวจพบ "น่าจะ" ไม่ใช่มะเร็ง (โอกาสเป็นมะเร็งไม่เกิน 2%) กรณีนี้แพทย์จะแนะนำให้กลับมาตรวจแมมโมแกรมในอีก 6 เดือนให้หลัง เพื่อติดตามผลที่แน่ชัด

ระดับ 4  หมายถึง สิ่งที่ตรวจพบไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ จำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อ หรือผ่าตัดเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ในปัจจุบันระัดับ 4 อาจมีการแยกเป็น 4A, 4B และ 4C ตามลำดับความสงสัยมากหรือน้อยว่าจะเป็นมะเร็ง

ระดับ 5  หมายถึง ความผิดปกติที่พบ มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมได้มากกว่าหรือเท่ากับ 95% กรณีนี้แพทย์จะต้องทำการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อส่งวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน

ระดับ 6  หมายถึง ได้รับการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาแล้วว่าเป็นมะเร็งเต้านมอยู่ระหว่างการรักษา เช่น ระยะให้เคมีบำบัดก่อนผ่าตัด โดยแพทย์จะส่งตรวจแมมโมแกรมเพื่อประเมินการตอบสนองต่อยาเคมี หรือการวางแผนผ่าตัด เป็นต้น

       การตรวจแมมโมแกรมนอกจากจะบอกได้ว่าก้อนเนื้อที่พบมีความผิดปกติหรือไม่แล้ว ยังสามารถตรวจพบความผิดปกติอื่นๆ ร่วมอีกด้วย เช่น การอักเสบ การบาดเจ็บ เป็นซีสต์หรือถุงน้ำ ซึ่งต้องอาศัยการตรวจอัลตร้าซาวน์ช่วยขยายผลการตรวจ รวมทั้งอาจต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง ซึี่งสามารถสรุปผลได้แม่นยำยิ่งขึ้น



ลิงค์ที่น่าสนใจ