ชีวิต...แค่สะดุด
VIEW: 5452

ชีวิต...แค่สะดุด   
( มะเร็งเต้านม )


โดย  พรรณธร  จงสุวัฒน์

     
         วันที่ 9 เมษายน 2546 ดิฉันไปฟังผลตรวจชิ้นเนื้อ คุณหมอบอกว่า “คุณโชคร้าย คุณ เป็นมะเร็ง” วินาทีนั้นดิฉันตกตะลึง เพราะไม่ทันตั้งตัวว่าจะต้องมาฟังคำพิพากษาประหารชีวิต น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอย่างสุดกลั้น ความทุกข์เริ่มกัดกร่อนจิตใจดิฉัน โอ้...อะไรกันหนอ ทำไมชีวิตที่เคยสุขสบายดั่งสวรรค์ กลับดิ่งลงนรกอย่างเฉียบพลัน จิตใจว้าวุ่น สับสน จะทำอย่างไรดี คุณหมอพยายามพูดให้กำลังใจดิฉัน และชี้แนะแนวทางการรักษา ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งและขอขอบคุณในความเมตตาของคุณหมอ


     หลังกลับมาบ้าน ดิฉันมองตัวเองในกระจก บอกคนในกระจกว่า เช็ดน้ำตาให้แห้ง ให้กำลังใจตัวเองก่อนแล้วตั้งสติวางแผนการต่อสู้ ดิฉันพยายามทำความเข้าใจกับตัวเอง ทำความเข้าใจกับโรคที่ตัวเองเป็นอยู่มันเป็นโรคโดยธรรมชาติ เราต้องเข้าใจระบบการทำงานของธรรมชาติมันต้องหายได้เองตามธรรมชาติเช่นกันเราต้องทำใจให้นิ่งสงบอยู่เหนืออารมณ์ มองทุกสิ่งตามความเป็นจริง 

     เมื่อเข้าใจธรรมชาติ ก็จะเข้าใจสัจธรรม และการกล้าเผชิญหน้ากับความจริงเท่านั้น จะช่วยรักษาเยียวยาความทุกข์ที่ครอบงำจิตวิญญาณ เมื่อเข้าใจเช่นนี้ ดิฉันจึงบอกกับตัวเองว่า “จะไม่ยอมแพ้ฉันจะสู้เต็มที่” จนกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ต้องยอมรับได้ทุกอย่าง หายก็เอา ไม่หายก็เอา รอดก็เอา ไม่รอดก็เอา ดิฉันจะตั้งใจรักษาให้ความร่วมมือกับคุณหมอ 


     ในเมื่อเราได้เปลี่ยนสถานะภาพมาเป็นผู้ป่วยแล้ว ต้องทำหน้าที่ผู้ป่วยที่ดี คือ มีหน้าที่ต้องรักษาภาวนาในใจว่าถ้าอย่างนั้นขอให้ดิฉันเป็นผู้ป่วยที่มีความสุขกับการรักษา ตื่นเต้นดีใจเมื่อได้ไปโรงพยาบาล มีความสบายใจเมื่อได้พบคุณหมอ กลับบ้านอย่างอิ่มเอิบปิติสุขและแล้วดิฉันก็ทำได้จริงๆ ผ่านการรักษาทุกขั้นตอนที่คุณหมอสั่ง ตั้งแต่ผ่าตัด ฉีดเคมีบำบัด ฉายแสง ความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานเกิดขึ้นกับทางร่างกายเท่านั้น แต่น่าอัศจรรย์ใจ จิตใจไม่รู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานแต่อย่างใด ร่างกายกลับแข็งแรงขึ้นมากกว่าเดิมและมีความสุขมากขึ้น 

     หลังผ่านช่วงเวลาทุกข์ทรมาน ก็ได้กลับมาคิดทบทวนหาสาเหตุ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ฉันได้คำตอบว่า อันที่จริงผู้ป่วยทุกคนมีหมอช่วยรุมรักษามากมายถึง 5 กลุ่ม ทั้งคุณหมอในโรงพยาบาล ทั้งผ่าตัด ฉีดเคมีบำบัด ฉายแสง คุณหมอในบ้าน ทุกคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง คอยช่วยเหลือให้กำลังใจตลอดเวลา คุณหมอนอกบ้าน กลุ่มเพื่อนๆ กลุ่มเพื่อนร่วมโรค ผู้คนในสังคม ให้คำแนะนำและให้ความรู้ที่ดีทั้งให้กำลังใจ มากมาย คุณหมอในร่างกาย ฮอร์โมนที่เป็นเคมีชีวะในร่างกายเรา ซึ่งมีมากมายจะหลั่งออกมาช่วยซ่อมแซมร่างกายที่ ชำรุด สร้างภูมิต้านทานทำลายเชื้อโรคและเซลล์มะเร็ง ช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้น และท้ายสุด คุณหมอทางเสริมหรือคุณหมอทางเลือก เรามีโอกาสเลือกรักษาทางเสริมโดยทานอาหารเสริม อาหาร สุขภาพ สมุนไพรไทย-จีน ปฏิบัติธรรม และอื่นๆ อีกมากมาย ถือเป็นกองกำลังเสริมช่วยรักษาและป้องกันได้เป็นอย่างดี

     ชีวิตวันนี้ที่มีความสุขสดชื่น ร่าเริง ต้องขอขอบคุณมะเร็ง ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีที่เป็นมะเร็ง ทำให้ดิฉันได้รู้จัก ”ธรรมชีวิต” ได้รับประสบการณ์ธรรมชาติของชีวิต การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นกฎของธรรมชาติ เกิดแล้ว แก่แล้ว หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เจ็บป่วยหลีกเลี่ยงได้ ป้องกันได้ รักษาได้ ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพและป้องกันให้ดี เพื่อกระโดดข้ามความเจ็บปวดให้ได้ โดดข้ามจนถึงจุดสุดท้ายของชีวิต คิดขึ้นได้ว่า อันที่จริงความเป็นผู้ป่วยทำให้เราโชคดีได้ไปท่องเที่ยวแดนนรก ได้รู้จักความทุกข์ทรมาน แต่เราแค่ไปเที่ยวเท่านั้นนะ เราไม่อยู่นาน เราต้องรีบกลับออกมาอย่างรวดเร็ว

     ความเจ็บป่วย ทำให้จิตใจเรา”แค่สะดุด” เล็กน้อย ถือว่าเป็นความโชคดีที่เขาแค่เตือนสติเราให้เราหันกลับมาดูแลตัวเอง กลับมาสนใจดูแลสุขภาพตัวเอง ฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง อดทน ได้ปล่อยวางภารกิจที่วุ่นวาย มีเวลากลับมาพิจารณาทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ค้นพบข้อผิดพลาดตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร

     ประสบการณ์ชีวิตที่สะดุดนี้ไม่มีการเรียนการสอนในสถานศึกษาใด ผู้ป่วยเป็นทั้งครูและนักเรียนในคนเดียวกัน วิชาชีวิตเรียนรู้ด้วยตัวเองและสอนตัวเอง สอบผ่านด้วยตัวเอง รางวัลที่ได้รับจากการสอบผ่าน ฉันได้รับชีวิตใหม่รอบสอง ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขและเกิดปัญญา ฉันจะเป็นดอกบัวที่โผล่พ้นน้ำได้รับแสงสว่าง และดอกบัวฉันจะเบ่งบานทีละกลีบ ทีละกลีบ ทีละกลีบ

     จึงขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งทุกท่าน แม้แต่ร่างกายตัวเองยังจำเป็นต้องรับวิตามิน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ด้านจิตวิญญาณ เราจำเป็นต้องรับวิตามินใจเช่นกัน ต้องหมั่นให้กำลังใจตัวเองบ่อยๆ แค่ชีวิตสะดุดนิดเดียวเท่านั้น ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้รับชัยชนะโดยไม่ต้องต่อสู้ ”สู้เท่านั้นจึงจะชนะ” แม้สู้ชนะแล้วเราจะกลายเป็นพวก”ชามร้าว” ก็ตาม แต่เรามีสิทธิ์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ทุกวัน วันละ 2 เวลา คือ เวลาหายใจเข้าและเวลาหายใจออก เราสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้เป็นปกติ และมีคุณภาพที่ดี เราหมั่นทำความดีทุกวัน ความดีนี้จะเป็นคะแนนตัดสินคุณภาพของชามใบนี้

     ชีวิตดิฉันเดินมาถึงจุดนี้ ได้เข้าใจอะไรต่างๆ มากมาย ได้มองเห็นตัวสุข ตัวทุกข์ ตัวกิเลส อยู่ในคนเดียว เห็นสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ”ไฟอะไรไม้ร้อนเท่าไฟกิเลส ทุกข์อะไรไม่สาหัสเท่าทุกข์จากเบญจขันธ์” ช่วงเวลาที่เหลือจากนี้ไปนับถอยหลังลงทุกวัน จะไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาทเหมือนในอดีตอีกต่อไป ชีวิตที่สุดโต่งที่สุขแบบสุขล้นเหลือเกิน ทุกข์ที่ทุกข์แบบสาหัส เหมือนลูกตุ้มนาฬิกาที่เหวี่ยงสุดโต่งขวาสุดและซ้ายสุด

     วันนี้ดิฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว เหมือนน้ำล้นแก้วไม่ต้องเติมเต็มอีกต่อไป บทเรียนครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต เจ็บร้าวลึกเข้าในจิตวิญญาณ ดิฉันต้องฝึกทำสมาธิอย่างอุกฤษฏ์ ขยันทำบุญกุศล ช่วยเหลือเพื่อนร่วมโรคอย่างต่อเนื่อง รู้จักคำว่าเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สงเคราะห์ผู้อื่นมากยิ่งขึ้น ได้ค้นพบตัวตนของตัวเอง รู้ว่าต้องการอะไร ชีวิตคืออะไร เกิดมาเพื่ออะไร และคิดว่าเดินถูกทางแล้ว วันนี้รู้สึกสุขภาพแข็งแรงด้วยซ้ำเปรียบเหมือนฟ้าหลังฝน ภูมิใจเมื่ออดีตเคยเป็นผู้ป่วยที่มีความสุขกับการรักษา วันนี้จึงภูมิใจที่เป็นผู้รอดชีวิตที่มีความสุข

 

      เมื่อเรามองไปที่ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ในความเป็นจริงดวงอาทิตย์ไม่ได้ตก ไม่ได้หายไปไหนเพียงแต่เราพบความมืดชั่วคราวเท่านั้น ชีวิตเราจึงเดินสะดุด อีกไม่นานดวงอาทิตย์จะกลับมาให้แสงสว่างเหมือนเดิม เมื่อดวงอาทิตย์ทอแสงส่องโลก ปัญญาเกิดทอแสงส่องใจ ดังนั้นปัญหาทุกอย่างจึงมีทางออก มีทางแก้ไขและมีคำตอบ



ลิงค์ที่น่าสนใจ