อายุเป็นเพียงตัวเลข
VIEW: 4566

 อายุเป็นเพียงตัวเลข  
( มะเร็งกล่องเสียง )



โดย ดำ  หลาวหล้าง
     

         “มะเร็งกล่องเสียง” เป็นมะเร็งอีกชนิดหนึ่งซึ่งได้คุกคามชีวิตผู้คนมานานแล้ว แต่อาจจะเงียบ ๆ กว่าอย่างอื่น ทั้งที่จริงแล้วอันตรายไม่แพ้กัน โดยเฉพาะมีรายงานทางวิชาการระบุว่า สาเหตุสำคัญของมะเร็งกล่องเสียงเกิดจากการสูบบุหรี่นี่เอง
         ต่อไปนี้คือประสบการณ์ของชายคนหนึ่ง ซึ่งผ่านวิกฤติอันเลวร้ายของชีวิตจากการเป็น “มะเร็งกล่องเสียง” แต่สามารถเอาชนะโรคร้ายได้ ทั้งที่เสียเปรียบแทบทุกประการ ทั้งที่วัยเฉียด 80 ปี ใครจะเชื่อ ?

        “ผมเกิดมาตัวดำ พ่อแม่จึงตั้งชื่อว่า เด็กชายดำ หลาวหล้าง อยู่ที่ภูเก็ต อาชีพทำมาค้าขายตามปกติด้วยความซื่อสัตย์ ประมาณปี 2544 ผมเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย เสียงแหบแห้ง ลงทำงานไม่ไหว ผมเริ่มปลงกับชีวิต คิดว่าผมมีอายุมากแล้ว ร่างกายก็คงจะชราลงไปตามอายุขัย แต่วันหนึ่งผมตื่นขึ้นมาต้องตกใจอย่างสุดขีด ผมพยายามพูด พยายามตะโกนก็ไม่มีเสียงออกมาจากลำคอเลย”
เด็กชายดำ หลาวหล้าง ซึ่งในวันนี้วัย 76 ปีกลายเป็นลุง ตา หรือปู่ ของลูกหลาน แต่คนส่วนใหญ่เรียกว่า “ลุงดำ” เล่าถึงวันที่ประสบชะตากรรม และน่าจะเป็นอุทธาหรณ์ให้คนรุ่นใหม่ได้สังวรณ์
วันนั้นผมต้องใช้มือและการเขียนหนังสือเป็นสื่อในการสนทนากับผู้อื่น ผมอึดอัดมาก จะพูดอะไรก็ไม่ทันอกทันใจ อยากจะฆ่าตัวตายวันละหลาย ๆ ครั้ง หลังจากนั้นจึงพยายามหาหนังสือมานั่งอ่านเพื่อคลายความเครียด และพยายามทำใจนั่งสมาธิ หาหนทางทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้คลายความเจ็บปวดความทรมาน

          พวกลูก ๆ พยายามที่จะดูแลผม ผู้ที่ให้กำลังใจผมมากที่สุดในขณะนี้คือหลานสาวอายุ 4 ขวบ ซึ่งก่อนไปโรงเรียนและกลับจากโรงเรียน จะเข้ามานั่งคุยกับผม และพูดกับผมเสมอ ๆ ว่า “คุณตาทานข้าวเยอะ ๆ นะคะจะได้หายเร็ว ๆ คุณตาต้องอดทนและอยู่กับหนูไปนาน ๆ หนูรักคุณตานะคะ” เด็ก 4 ขวบพูดจนผมน้ำตาไหล ผมอยากจะโต้ตอบกับเธอ แต่ผมพูดไม่ได้ พยายามที่จะเขียนเป็นตัวหนังสือ แต่เธอก็ยังอ่านไม่ออก ผมได้แต่เอามือลูบหัวหลานด้วยความรัก” คุณตาทำไมไม่พูดกับหนู   หนูไปโรงเรียนก่อนนะคะ”

          วันที่ 4 ตุลาคม 2544 พวกลูก ๆ พยายามพาผมไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอตรวจพบว่าผมเป็น “มะเร็งกล่องเสียง” พร้อมของแถมคือ ความดันสูง และเบาหวานถึง 240 หลังจากรู้ผลทำให้ผมหมดอาลัยตายอยากทันที คิดอย่างเดียวคืออยากตาย เพื่อครอบครัวจะได้ไม่ลำบาก เพราะการรักษาโรคทั้งหลายนี้ต้องใช้เงินมหาศาล ผมพยายามที่จะเขียนพินัยกรรมด้วยความทุกข์ทรมาน พูดก็ไม่ออก ไม่สามารถที่จะระบายความในใจออกมาได้ ทรมานกาย ทรมานใจ สุดจะทนจริง ๆ
 วันที่ 20 ธันวาคม 2544 ผมและภรรยาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อซื้อยาน้ำเทียนเซียนจากการแนะนำจากญาติคนหนึ่ง วันนั้นผมก็เริ่มรับประทาน และไม่ได้ไปหาหมอแผนปัจจุบันอีกเลย นอกจากรับประทานแต่ยาน้ำเทียนเซียนเพียงอย่างเดียว

          หลังจากนั้นสุขภาพของผมก็เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบไม่เชื่อ
ปัจจุบันนอกจากสภาพร่างกายผมจะแข็งแรงดี และสามารถทำงานได้แล้ว สภาพจิตใจก็กลับดีมาดังเดิม เสียงก็กลับมาสามารถพูดจาได้ตามปกติ ความดันลด ส่วนเบาหวานลดเหลือ 130 เท่านั้น เรียกว่าครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว

         ขอขอบคุณยาน้ำเทียนเซียน ขอบคุณญาติพี่น้องตลอดจนผู้ที่ห่วงใยทุกท่าน ที่ทำให้ชีวิตและครอบครัวของผม กลับคืนมาปกติ ผมเป็นสุขมากที่ได้โต้ตอบพูดคุยกับหลานสาวสุดที่รัก
“ผมจะไม่ลืมบุญคุณพวกท่านเลย เวลานี้ผมทานยาเทียนเซียนเป็นประจำ”
การต่อสู้กับมะเร็งร้ายของลุงดำ ต้องถือว่าพิเศษสุดเหนืออื่นใด เพราะผู้มีชัยชนะกลับเป็นชายวัย 76 ปี ซึ่งเมื่อคิดถึงสภาพร่างกายแล้ว แทบมองไม่เห็นชัยชนะเลย แต่เพราะกำลังใจจากคนรอบข้าง และยาน้ำเทียนเซียน เป็นการพิสูจน์ว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขในการต่อสู้กับมะเร็ง ขออย่ายอมแพ้เท่านั้น



ลิงค์ที่น่าสนใจ