วิธีจัดการผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ตอนที่ 2
VIEW: 18045

 วิธีจัดการผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด ตอนที่ 2


 
 
ภาวะโลหิตจาง
     ยาเคมีบำบัดมักจะไปกดไขกระดูกทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดง  เม็ดเลือดขาว  และเกร็ดเลือด  มีจำนวนลดลง  โดยปกติเม็ดเลือดแดงจะเป็นตัวพาออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย  เมื่อจำนวนเม็ดเลือดแดงมีน้อยก็ส่งผลให้ร่างกายแต่ละส่วนได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ  จึงทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกอ่อนเพลีย  หายใจถี่  วิงเวียนศีรษะ  หน้ามืด  เป็นลม  ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์และตรวจปริมาณเซลล์เม็ดเลือดแดงสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจาง  ควรรับประทานผักผลไม้  หรือเนื้อสัตว์  โดยเฉพาะตับ  ไข่  อาหารทะเล  ควรนอนหลับในช่วงกลางคืนนานขึ้นกว่าเดิม 1- 2  ชั่วโมง  และอาจจะนอนกลางวันสัก 1-2 ชั่วโมง  ถ้าต้องการออกไปข้างนอกควรมีเพื่อนไปเป็นเพื่อน  หรือทำกิจกรรมควรมีเพื่อนช่วยทำ  เวลาจะลุกนั่งควร จะค่อยๆ ลุกและเวลานอนเมื่อต้องการจะลุกขึ้นควรนั่งสักพักก่อนที่จะลุก  ไม่ควรลุกพรวดพราดทั้งนี้เพื่อป้องกันอาการหน้ามืด  มึนงง
 
     เกร็ดเลือด  มีหน้าที่ทำให้เลือดแข็งตัว  ผลจากยาเคมีบำบัดจะกดไขกระดูก  ทำให้เกร็ดเลือดต่ำ  จึงทำให้มีเลือดออกง่ายและหยุดยาก  มีจ้ำเลือดตามตัว  อาจพบจุดเล็กๆใต้ผิวหนังเวลาปัสสาวะ  หรือบ้วนเสมหะจะมีเลือดปน  ควรป้องกันเลือดออกง่ายโดยป้องกันร่างกายไม่ให้ถูกกระทบกระแทกหรือเกิดอุบัติเหตุ  ใช้ลิปสติกมันทาปากให้ชุ่มชื่นเสมอ  แปรงฟันด้วยแปรงที่มีขนอ่อนนุ่ม  หรือบ้วนปากทำความสะอาดแทนการแปรงฟัน  ถ้ามีเลือดกำเดาออก  ให้อยู่ในท่าแหงนหน้าเอามือบีบจมูก  ถ้ามีอาการเขียวเป็นจ้ำๆ  หรือเป็นผื่นแดง  เลือดออก  เช่น  เลือดออกตามไรฟัน  ไอ  อาเจียน  หรือถ่ายเป็นเลือด  ถ่ายดำ  ให้รีบพบแพทย์  
 
ภาวะการติดเชื้อ
     ภาวะนี้เกิดจากที่ยาเคมีบำบัดไปกดไขกระดูกตามที่กล่าวมา  นอกจากจะทำให้เม็ดเลือดแดงมีจำนวนน้อยลงแล้ว  ส่งผลให้เม็ดเลือดขาวต่ำด้วย  เม็ดเลือดขาวโดยปกติจะทำหน้าที่ต่อสู้กับแบคทีเรีย  หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเชื้อโรค  เพื่อป้องกันการติดเชื้อแต่เมื่อมีจำนวนน้อยลงจึงทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น  แพทย์จะทำการตรวจเช็คเม็ดเลือดขาวตลอดในขณะที่ทำเคมีบำบัด  ดังนั้นผู้ป่วยควรจะดูแลตัวเองด้านความสะอาดให้มากเป็นพิเศษ  เช่น
    - การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงการสัมผัสสัตว์เลี้ยงด้วย
    - การทำความสะอาดบริเวณทวารหนักหลังเข้าห้องน้ำ
    - สำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาเหน็บ หรือยาสวนสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูก อาจจะต้องปรึกษากับแพทย์ก่อนการใช้
    - พยายามอยู่ห่างจากคนที่เป็นหวัด อีสุกอีใส วัณโรค  ผู้เป็นโรคติดต่อที่สามารถติดต่อได้ง่าย  เนื่องจากภูมิต้านทานต่ำ
    - พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่มีคนพลุกพล่าน
    - จัดสิ่งแวดล้อมให้สะอาด  อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี
    - หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มสุรา
    - พยายามอย่าให้มีบาดแผล  อย่าแกะหรือบีบสิว
    - ดูแลความสะอาดในช่องปาก
    - ควรอาบน้ำอุ่น  ไม่ร้อนเกินไป ใช้ฟองน้ำถูตัว ไม่ควรถูหรือหรือขัดผิวหนังอย่างรุนแรง
    - ทาครีมบำรุงผิวบริเวณผิวที่มีอาการแตกหรือแห้ง
    - บริเวณที่เป็นแผล  ควรหมั่นดูแลความสะอาดแผลทุกวัน
    - ระวังการฉีดวัคซีน  ถ้าต้องการฉีดวัคซึนควรปรึกษาแพทย์ก่อน
    - หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ไข่ที่ไม่สุก เป็นต้น
    - งดรับประทานผัก  ผลไม้สด  ควรเป็นผักที่ต้มสุกและปอกเปลือกผลไม้ก่อนรับประทาน  
    - ดื่มน้ำมากๆอย่างน้อยวันละ 2 – 3 ลิตร  
    - หากมีอาการปัสสาวะแสบ  ปวดขัด  มีไข้  ควรพบแพทย์
 
ปัญหาภายในช่องปาก  เหงือก  และคอ
     ควรดูแลสุขภาพภายในช่องปากให้ดี  เพราะผู้ป่วยที่ทำเคมีบำบัดนั้นมักจะเป็นแผลในปาก  ที่เหงือก  หรือมีอาการเจ็บคอ  บางครั้งอาจมีเลือดออกมาด้วยทำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้น้อย  จากปัญหาในช่องปากนี้เอง  ส่งผลทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย  ดังนั้นถ้าปัญหาในช่องปากไม่มีนั้นหมายความว่าเราสามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อไปได้อีกหนึ่งประการโดยอัตโนมัติ
 
การดูแลสุขภาพในช่องปากที่ควรทราบ
     - ปรึกษาทันตแพทย์เรื่องการดูแล  ชนิดของยาสีฟันและแปรงที่ควรใช้ขณะทำเคมีบำบัดเรื่องเหงือกเพื่อป้องกันเหงือกอักเสบ  เป็นต้น
     - แปรงฟันหลังรับประทานอาหาร  และใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม
     - ควรใช้ยาสีฟันเด็ก
     - กลั้วปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำต้มสุกหลังรับประทานอาหารและก่อนนอน
     - หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาบ้วนปาก
     - ถ้ากรณีมีแผลในช่องปาก  ควรรับประทานที่ไม่อุ่นหรือร้อน  เพื่อป้องกันการระคายเคืองแผลทานอาหารอ่อนๆ  ผลไม้ที่ไม่แข็งมากนัก  เช่น  กล้วย  เป็นต้น
     - หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวหรือที่มีคุณสมบัติเป็นกรด เช่น มะนาว องุ่น  สับปะรด
     - หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม
     - ดื่มน้ำบ่อยๆ 
     - ทาลิปบาล์มหรือวาสลีนเพื่อป้องกันริมฝีปากแตกและแห้ง  
     - ถ้าปากคุณแห้งและเจ็บ  ควรรับประทานอาหารที่นุ่มและเย็น  เช่น  ไอศกรีม  อมน้ำแข็งก้อนเล็กๆบ่อยๆ  ดื่มน้ำผลไม้เย็นจัด
     - การรับประทานโดยใช้หลอดดูดอาหาร  จะทำให้รับประทานอาหารได้ง่ายขึ้น
 
ท้องเสีย
     ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดบางรายอาจมีอาการท้องเสียขึ้นได้  หากท้องเสียติดต่อกันเกิน 1 วันหรือมีอาการปวดท้อง มวนท้องขณะท้องเสีย ควรรีบปรึกษาแพทย์  เพราะผู้ป่วยบางรายอาจต้องให้น้ำเกลือหรือสารอาหารเพื่อทดแทน ไม่ควรรับประทานยาแก้ท้องเสียหรือยาฆ่าเชื้อเพื่อบรรเทาอาการท้องเสียโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน  การปฏิบัติดังต่อไปนี้อาจช่วยบรรเทาอาการท้องเสียในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดได้
     - ดื่มน้ำบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 2 – 3 ลิตร  
     - รับประทานอาหารครั้งละน้อยๆ  บ่อยๆครั้งสลับกับเกลือแร่ในระหว่างวัน
     - รับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงเพราะอาการท้องเสียนั้นทำให้เราสูญเสียแร่ธาตุ  เช่น  กล้วย  ส้ม  มันฝรั่ง  ปลา  เป็นต้น
     - หลีกเลี่ยงอาหารที่ใส่เครื่องเทศ และอาหารที่มีส่วนผสมของกะทิ
     - หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่ร้อนหรือเย็นจัด
     - หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มจำพวกชา  กาแฟ  เครื่องดื่ม  แอลกอฮอล์  และเครื่องดื่มที่มีรสหวาน
     - หลีกเลี่ยงการทานนม  แต่สามารถทานนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตได้
     - รับประทานอาหารที่มีกากน้อยลง
     - หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส  เช่น  ถั่ว  กะหล่ำ  หัวหอม  เครื่องเทศ  อาหารหวาน
     - ควรรับประทานข้าวต้มเปล่าๆ  เนื่องจากมีสรรพคุณ  เพิ่มกำลังและช่วยลดอาการท้องเสีย  งดรับประทานข้าวสวย  ควรรับประทานตามลำดับจากน้ำข้าวผสมเกลือจนถึงข้าวต้มใสๆ  เพื่อให้ลำไส้ได้ปรับตัว
     - หลังขับถ่ายอุจจาระ  ควรทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ  เช็ดให้แห้งทุกครั้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
     - ถ้ารอบทวารหนักมีแผลเปื่อยแดงจากการถ่ายบ่อย  ให้แช่ก้นด้วยน้ำอุ่นแล้วเช็ดให้แห้ง
     - ถ้าอาการไม่ทุเลา  ให้ปรึกษาแพทย์


โปรดติดตามตอนต่อไป

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ฟรี คลิกที่นี่ หรือโทร 02-6640078    
 


ลิงค์ที่น่าสนใจ




บทความที่น่าสนใจ

บทความ ยอดนิยม