ติดเชื้อ HPV ไม่รู้ตัว.. เช็คให้ชัวร์ก่อนได้ ?มะเร็งปากมดลูก? มาครอง!
VIEW: 1119

     เชื้อฮิวแมน ปาปิลโลมา ไวรัส (Human Papilloma Virus : HPV) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของเอชพีวี คือเชื้อไวรัสที่มีสายพันธุ์มากกว่า 100 สายพันธุ์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

  • กลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low risk type) เป็นสายพันธุ์ที่ไม่ทำให้กลายเป็นมะเร็ง
  • กลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง (High risk type) เป็นสายพันธุ์ที่สามารถทำให้เซลล์เยื่อบุปากมดลูกผิดปกติ จนนำไปสู่มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) ได้ในที่สุด

     สาเหตุการติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ ทำให้ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนจะมีโอกาสติดเชื้อ HPV หนึ่งครั้งในชีวิตมากถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้ก่อมะเร็งหรือไม่ก็ได้ รวมถึงการสัมผัสอย่างรุนแรงบริเวณอวัยวะเพศ หรือการติดต่อจากแม่สู่ลูกในระหว่างคลอดปกติ ที่ยังคงมีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้

3 เรื่องบนเตียง ทำแล้วไม่เสี่ยงติดเชื้อ HPV จริงหรอ ?
     เมื่อการติดเชื้อ HPV มีต้นเหตุสำคัญเพราะเพศสัมพันธ์เป็นหลัก การลดความเสี่ยงด้วยเรื่องบนเตียงจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสนใจ และทำความเข้าใจให้ตรงกัน ดังนี้

  • การมีคู่นอนคนเดียว ก็มีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้
  • ผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ (แต่ค่อนข้างน้อย)
  • การใช้ถุงยางอนามัยอาจไม่สามารถป้องกันการติดได้ทั้งหมด เพราะอาจมีการสัมผัสสารคัดหลั่งบริเวณอื่นๆ

     รวมถึงผู้ชายที่มีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ไม่ต่างกับผู้หญิง ซึ่งทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งองคชาตหรือหูดที่อวัยวะเพศได้ นอกจากการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย การตรวจหาเชื้อ HPV จึงเป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยง เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่เชื้อแบบไม่รู้ตัวได้ดีที่สุด

ตรวจแปปเมียร์ (Thin Prep Pap Test) ให้รู้ตัวก่อนเป็นผู้แพร่เชื้อ HPV
ผู้ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ว่าตนเองได้รับเชื้อ HPV เนื่องจากการติดเชื้อจะไม่มีอาการแสดงใดๆ ปรากฏให้เห็น เพราะระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถกำจัดเชื้อไวรัสออกได้เอง จึงอาจทำให้เชื้อ HPV หายไปใน 1-2 ปี แต่ใช่ว่าความโชคดีเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับผู้ติดเชื้อ HPV ทุกคน ปัจจุบันยังพบตัวเลขผู้ที่ติดเชื้อเป็นระยะเวลายาวนาน จนทำให้เกิดโรคมะเร็งปากลดมูก มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งช่องคลอด  มะเร็งที่อวัยวะเพศ มะเร็งช่องปากและหลอดลม ตลอดจนโรคอื่นๆ ตามมา

     การตรวจแปปสเมียร์  (Pap Smear หรือ Thin Prep Pap Test) เป็นวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดผ่านช่องคลอด ก่อนจะป้ายเซลล์บริเวณปากมดลูกบางส่วนออกมา เพื่อส่งตรวจอย่างละเอียดที่ห้องปฏิบัติการต่อไป โดยการตรวจแปปเมียร์มักจะทำควบคู่กับการตรวจ Cotest Thinprep plus HPV mRNA หรือ Cotest Thinprep plus HPV cobas เพื่อให้ทราบชนิดสายพันธุ์ของเชื้อ HPV อย่างละเอียดและแม่นยำ ทั้งยังช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

     การมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติทั่วไปในมนุษย์ หากแต่ควรอยู่ในกรอบของความปลอดภัย หมั่นอัพเดทสุขภาพภายในเป็นประจำสม่ำเสมอ ก่อนที่คุณหรือใคร..จะกลายเป็นผู้แพร่เชื้อรายต่อไปแบบไม่รู้ตัว

 


ข้อมูลจาก พญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลพญาไท 1



ลิงค์ที่น่าสนใจ



บทความที่น่าสนใจ

บทความ ยอดนิยม