กรมการแพทย์แผนไทยแนะ 4 สมุนไพรช่วยหลับสบาย
VIEW: 193

     กรมการแพทย์แผนไทยฯ เผยเคล็ดลับช่วยให้หลับสบาย ด้วยสมุนไพรไทย เน้นผักพื้นบ้านอาหารเป็นยา ปลอดภัยตามวิถีธรรมชาติ

     นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ โฆษกกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ปัญหาการนอนไม่หลับขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียดจากการทำงาน จากภาวะเศรษฐกิจ จากปัญหาด้านสุขภาพปัญหาในครอบครัวเหล่านี้เป็นต้น หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดอาการผิดปกติทั้งทางร่างกายและจิตใจได้

     กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอร่วมรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน ด้วยการนำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจำที่ทุกคนต้องปฏิบัติคือการบริโภคอาหาร เน้นการนำผักพื้นบ้านอาหารที่รับประทานทุกวันเป็นยาช่วยส่งเสริมสุขภาพให้นอนหลับสบาย ไร้กังวลด้วยพืชผักสมุนไพรใกล้ตัว

     ในทางการแพทย์แผนไทยระบุสาเหตุของการนอนไม่หลับว่า เกิดจากธาตุไฟในร่างกายมีมากเกินไปทำให้ร่างกายเกิดความร้อน ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้นอนไม่หลับ การที่จะลดธาตุไฟในร่างกายนั้นแนะนำให้ใช้ สมุนไพรที่มีรสขม เย็น จืด มาปรุงเป็นอาหารเพื่อรับประทาน เช่น แกงขี้เหล็ก สะเดาน้ำปลาหวาน ต้มจืดมะระ มะระขี้นกผัดไข่ บวบผัดไข่ หรือผักต้มจิ้มน้ำพริก

     ส่วนเครื่องดื่มสมุนไพรแนะนำเป็นน้ำใบบัวบก น้ำแตงโม น้ำมะระขี้นก ซึ่งนอกจากการปรุงอาหารให้เป็นยา ก็ควรใส่ใจเรื่องการออกกำลังกาย เพื่อลดธาตุไฟ ในร่างกายลง เช่น การทำกายบริหารท่าฤาษีดัดตน ชี่กง โยคะ จะช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ควบคู่ไปกับการฝึกลมหายใจ ซึ่งเหมาะกับการออกกำลังกายของคนในเมืองร้อนอย่างมาก

     ในส่วนของยาสมุนไพรที่ช่วยในการนอนหลับสบาย และหาง่ายใช้สะดวกใช้กันมานานนับร้อยปี ได้แก่ ตำรับยาหอมเทพจิตร ซึ่งเป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ มีสมุนไพรที่เป็นตัวยาหลัก คือ ดอกมะลิ และเกสรดอกไม้ต่าง ๆ น้ำมันหอมระเหยในยาหอมเทพจิตร ช่วยให้เกิดอารมณ์ผ่อนคลาย ช่วยเสริมให้นอนหลับสนิททั้งคืน ทั้งชนิดผงและชนิดเม็ด สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป

     ควรสร้างบรรยากาศให้เอื้อต่อการนอนหลับ ด้วยการจัดห้องนอนให้มืดสลัว เงียบ สบายตา อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรทำงาน ดูทีวี หรือใช้คอมพิวเตอร์ขณะที่เข้านอนแล้ว มื้อเย็นควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและไม่อิ่มท้องจนเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6 - 8 ชั่วโมงเพียงเท่านี้ ท่านก็จะมีสุขภาพแข็งแรง อารมณ์ดี และรู้สึกสดชื่น


ข้อมูลจาก สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข



ลิงค์ที่น่าสนใจ