ทำไมยาจีนสามารถรักษามะเร็งได้
VIEW: 209

 

ทำไมยาจีนสามารถรักษามะเร็งได้

โดย ดร.ไมค์  ซุน  T.C.M.D., N.D., Ph.D.
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาโรคมะเร็งด้วยแพทย์แผนจีน จาก Tian Xian Family

 

การรักษามะเร็งแผนหลักในปัจจุบันพบปัญหาใหญ่ 3 ประการ ได้แก่
1) ปัญหาผลข้างเคียง มีผู้ป่วยจำนวนมากรับไม่ได้ ยังทำให้ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยยิ่งต่ำลง ดังนั้นมะเร็งจึงเกิดซ้ำได้ง่าย
2) ยาเคมีบำบัดเมื่อใช้กับร่างกายผู้ป่วยแล้ว หากเกิดมะเร็งซ้ำยานั้นไม่สามารถใช้ได้อีก เพราะเกิดการดื้อยาแล้ว
3) ยาเคมีมีผลต่อเซลล์มะเร็งบางชนิดเท่านั้น แต่ไม่ได้ผลต่อเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง ดังนั้นจึงเกิดมะเร็งซ้ำได้ง่าย

 

     เหตุผลที่ยาจีนสามารถรักษามะเร็ง และยังใช้ร่วมกับยาเคมี การรักษาแบบอื่น อาทิ ผ่าตัด ฉายรังสี ได้ เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ 3 ข้อข้างต้น

 

ความแตกต่างของยาจีนกับยาเคมีบำบัด
1) ยาจีนไม่เหมือนยาเคมีที่เมื่อใช้ก็ทำลายเซลล์มะเร็งอย่างรวดเร็ว
2) การใช้ยาเคมีเปรียบเหมือนกับตำรวจใช้ปืนกลกราดยิงใส่คน คนเหล่านั้นก็ล้มตายตามพื้นส่งกลิ่นเน่าเหม็น เหมือนเซลล์มะเร็งที่ก็ถูกทำลายแล้วก็ทำให้เกิดผลข้างเคียง เนื่องจากกระจายตัวอยู่ สร้างภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษ
3) ยาจีนรักษามะเร็งไม่ใช่การใช้ปืนกลกราดยิง แต่ทำให้เซลล์มะเร็งตายด้วยตัวเอง เหมือนกับคนนั้นเดินกลับไปค่อยๆ ตายที่บ้าน ไม่ตายเกลื่อนกราด ไม่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น สภาวะแวดล้อมของร่างกายจึงยังดีอยู่
4) ยาจีนจะชักนำให้เกิดภาวะกำหนดการตายของเซลล์มะเร็ง (Apoptosis) ทำให้เซลล์มะเร็งฆ่าตัวตาย ไม่ใช่ฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง แต่ยาเคมีเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง จึงเกิดอาการแสดง อาทิ เป็นไข้ ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่างๆ และยังทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ

 

ในที่นี้ขอแนะนำยาจีนเพื่อสุขภาพผู้ป่วยมะเร็งตำรับ “ยาน้ำเทียนเซียน” ซึ่งยาจีนตำรับนี้มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือหลายประการ ได้แก่

 

1. ยาน้ำเทียนเซียนมีการทดลองทางคลีนิคในมนุษย์
โดย Guowen Hong, MD. มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน รายงานผลการทดลองว่า
- ระยะเวลาการใช้ยาของกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ (ใช้ยาหลอก) มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มทดลองมีใช้ยาเฉลี่ยมากกว่า 4 เดือน แต่กลุ่มที่ใช้ยาหลอกไม่สามารถรับยาได้เกิน 2 เดือน
- เซลล์มะเร็งของกลุ่มทดลองเมื่อผ่านการรักษาไป 6 เดือน เซลล์มะเร็งฝ่อเล็กลง และลดลงเกือบร้อยละ 50
ความหมาย คือ ยาสมุนไพรจีน TXL ออกฤทธิ์สุขุมนุ่มนวล ต้องใช้ยาเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป จึงสามารถเห็นผลที่ชัดเจน

 

     สามารถดูข้อมูลนี้ได้จาก www.clinicaltrials.gov ซึ่งเป็นเว็ปไซค์ให้บริการโดย สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (The US National Institute of Health) โดยใช้คำค้นหาจากคำว่า THL-P

 

2. ยาน้ำเทียนเซียนได้รับการบรรจุชื่อลงใน สารานุกรมยาของสถาบันมะเร็งแห่งชาติอเมริกา Code ยา C88275 (THL-P) ระบุว่าให้ผลในการต้านอนุมูลอิสระ ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน และต้านมะเร็ง

 

ข้อดีของยาจีนต่อการรักษามะเร็งแบบผสมผสาน

 

ความปลอดภัย
1) ยารับประทาน : รสชาติดี ดื่มง่าย ดูดซึมง่าย ผู้ป่วยอายุมากที่สุด 93 ปี อายุน้อยที่สุด 11 เดือน สามารถใช้ยาได้
2) ไม่มีผลข้างเคียง และยังสามารถช่วยลดผลข้างเคียงของเคมีบำบัดด้วย
3) มีใช้ในหลายประเทศ ประวัติยาที่ยาวนาน โดย 20 ปีที่ผ่านมามีกว่า 30 ประเทศทั่วโลกใช้ยา มีประสบการณ์ผู้ใช้ยากว่าล้านคนเป็นประจักษ์หลักฐานความปลอดภัย
4) ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการโดยองค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา ในการทดลองทางคลินิกในมนุษย์

 

การได้ผล
1) เป็นยาสมุนไพรจีนต้านมะเร็งที่มีเอกสารการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการเผยแพร่มากที่สุดในโลก
2) เป็นยาสมุนไพรจีนต้านมะเร็งตัวแรกที่องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาให้การรับรองการทดลองทางคลีนิคในมนุษย์
3) เป็นยาต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในโลก
4) เป็นยาต้านมะเร็งที่ออกฤทธิ์ต้านเป้าหมายซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นมะเร็งมากเป้าหมายที่สุด (จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด)
5) เป็นยาสมุนไพรจีนต้านมะเร็งตัวแรกที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCI) ได้รวบรวมไว้ในเภสัชตำรับต้านมะเร็ง (รหัสยา : C88275)
6) เป็นยาสมุนไพรจีนต้านมะเร็งที่ออกฤทธิ์ทั้งปรับประสิทธิภาพภูมิคุ้มกันและเหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็ง(Apoptosis) ในเวลาเดียวกัน

 

ความประหยัดคุ้มค่า
1) เป็นยาต้านมะเร็งที่ออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งเป้าหมายหลายชนิด ที่ราคาต่ำที่สุดในโลก
2) เหมาะใช้สำหรับมะเร็งหลายชนิด
3) และสามารถใช้ร่วมกับการรักษาวิธีหลัก

 

เมื่อไหร่ควรหันมาพิจารณายาจีนเพื่อดูแลสุขภาพ
1) ผู้ที่กำลังรอผลการตรวจชิ้นเนื้อ
2) ผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาวิธีหลัก
3) ผู้ที่ต้องการลดผลข้างเคียงจากการรักษาวิธีหลัก
4) ผู้ที่ไม่สามารถรับการรักษาวิธีหลัก หรือผู้ป่วยอายุมากเกินไป
5) ผู้ที่ไม่ต้องการรับการรักษาวิธีหลัก
6) ผู้ที่รับการรักษาวิธีหลักครบแล้ว และต้องการหลีกเลี่ยงการเกิดซ้ำของโรค
7) ผู้ที่มีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งสูง เนื่องจากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง
8) ผู้ที่มีปัญหาด้านระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย



ลิงค์ที่น่าสนใจ