พุทธ สมาธิ ธรรมะ บริหารใจสู้มะเร็ง
VIEW: 2551

พุทธ สมาธิ ธรรมะ บริหารใจสู้มะเร็ง

 
วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559

ณ ห้องประชุมอาคารอโศกทาวเวอร์ ชั้น 9 ถนนสุขุมวิท 21 กรุงเทพฯ 

 
      หลักธรรมะถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ชาวพุทธใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติ  และยึดเหนี่ยวจิตใจ ในการดำเนินชีวิตในแต่ละช่วงวัย  ซึ่งในยุคปัจจุบันธรรมะไม่ใช่เพียงแต่อยู่ในกลุ่มผู้ที่สูงอายุเท่านั้น ที่ใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ  แต่ระดับของผู้ที่สนใจนั้นอายุน้อยลงเรื่อยๆ  ทั้งนี้ ด้วยมาจากสาเหตุต่างๆที่ประกอบเป็นปัจจัยที่ทำให้สนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆ  ที่มองเห็นว่า การรักษาดูแลใจให้เข้มแข็งประกอบการรักษาทางการแพทย์ที่ดี  ตัวยาที่ดีนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถนำพาไปสู่การหายจากอาการป่วยได้
 
      และถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งของการเล็งเห็นความสำคัญต่างๆของ บ.เฟยดา จำกัด  และ ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง ที่ให้ความสำคัญ  โดยน้อมนำกิจกรรม “พุทธ-สมาธิ-ธรรมะ  บริหารใจสู้มะเร็ง” ที่จัดขึ้น ณ อาคารอโศกทาวเวอร์ ชั้น 9  โดยนำทิศทางการการใช้ใจในการบริหารจัดการกับโรคดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยมุมมองของสื่อสายธรรมะที่มาร่วมกิจกรรม  “คุณ พัชรา โพธิ์กลาง”  บรรณาธิการบริหาร  นิตยสารซีเคร็ทแมกกาซีน  ได้มาบอกเล่าถึงประสบการณ์การคลุกคลี กับข้อมูลเกี่ยวกับธรรมะ พร้อมมุมมองความคิดการดูแลรักษาใจให้เข้มแข็งเพื่อผ่านสภาวะวิกฤตของชีวิตไปได้ โดยได้กล่าวว่า
 
     “เรื่องธรรมะเป็นเรื่องที่เรานำมาใช้กับชีวิตประจำวันได้  โดยผ่านเรื่องราวการใช้ชีวิตประจำวันที่เราปฏิบัติ  เช่น  เราอาจจะต้องทำงาน  หรือการดำเนินชีวิตในด้านอื่นๆ  มันทำให้เรามีสติในการคิด  การไตร่ตรองเวลาที่เราจะพูดคิด  หรือทำอะไร  บางครั้งคนเรามีปัญหาชีวิต  อารมณ์เราจะเปลี่ยนตลอด อาจจะพลาดพลั้งกับทุกอย่างได้  การที่เราซึมซับเรื่องดีๆเข้ามาที่ใจเรา มันจะส่งผลดีว่าช่วยให้เราจะเย็นลง  สติมันจะมามากขึ้น  อย่างตัวเราเองนั้น ถือว่าได้เข้าถึงธรรมะ  เพราะต้องคลุกคลี ได้สัมภาษณ์และเขียนเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้มากมาย  อาจจะไม่ถึงปฏิบัติเป็นเรื่องราว  แต่ก็ได้รับรู้  มันทำให้เรามีสภาวะของความเป็นน้ำมากขึ้น  คือใครโยนอะไรมาใส่เรา  ก็จมหายไปเลย  คือไม่มีผลกระทบ  แต่ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนะของแบบนี้ต้องใช้เวลา  ในการเข้าใจและซึมซับ  มันไม่ใช่ว่าเราจะทำแล้วทำได้เลย  แต่ถ้าทำได้แล้วมันก็จะดีมากๆ”
 
     “ส่วนในแง่มุมของการใช้ธรรมะบำบัดผู้ป่วย อาการป่วยก็คือ ทุกข์อย่างหนึ่งที่เราอาจจะต้องเจอ  ตัวเราเองถือมีประสบการณ์ตรงมากๆที่เกิดขึ้น  เพราะคุณแม่เป็นมะเร็งที่ตับ เราต้องดูแล  แต่คุณแม่ก็เข้มแข็งนะเราดูแลท่านมาเรื่อยๆ  แต่ตอนนั้นเสียดายที่เราไม่ได้ใช้หลักธรรมะเข้ามาช่วยดูแลท่านมากนัก  และสิ่งหนึ่งที่ได้รับมาคือ  ธรรมะบำบัดอาการเจ็บป่วยนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่จะหายได้ แต่สิ่งหนึ่งที่พบคือ  “การแยกกายแยกจิต”  คือกายป่วย แต่ใจเราต้องเข้มแข็งคือใจต้องไม่ป่วยไปด้วย  ถามว่ามันมีทฤษฏีอะไรคงไม่ใช่ขนาดนั้น  จากประสบการณ์ที่เราได้คลุกคลีกับธรรมะและสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับเรา  คือเวลาที่ป่วยเป็นไข้  เรารู้สึกว่าเราไม่สบาย  เราจะทำอะไรของเราไปเรื่อยๆ  จะไม่ตอกย้ำตัวเองว่าเราป่วย ไม่อยู่กับสิ่งที่บอกย้ำว่าเราป่วย   สิ่งที่พบเจอคือ เราลืมไปเลยว่าป่วยอยู่  ให้เอาสติเอาใจไปไว้กับงานซะ  กรณีที่เราไม่ถึงขนาดล้มหมอนนอนเสื่อนะ  ยังพอทำงานได้ นี่คือวิธีง่ายๆอย่างที่เราบอก  แยกกายแยกจิต  เอาจิตเราไปจดจ่อกับสิ่งอื่นๆอย่างที่แนะนำ โดยส่วนตัวมองว่าธรรมะไม่ใช่เรื่องยากเลย  เอามาใช้กับชีวิตเราได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่า  เราจะใช้วิธีการแบบไหนเท่านั้น  ซึ่งมันก็มีให้เลือกเยอะ ในเรื่องของหนทางที่เราจะนำมาใช้ เราพร้อมที่จะใช้วิธีการแบบไหน  ในมุมมองสื่อถือว่าเป็นความโชคดีที่ได้สัมผัสเรื่องราวธรรมะ  ซึ่งคิดว่าคนทั่วไปก็มีวิธีการที่ปฏิบัติของแต่ละคน   บางท่านอาจจะดีกว่าเราด้วย  หมายถึงว่าแต่ละคนนั้นมีจริตที่ต่างกัน  ก็ต้องเลือกวิธีที่ไม่ลำบากจนเกิดไป และเราสามารถที่จะผ่านไปได้ ตรงนี้ถือว่าจำเป็นกว่า”  
 
     ทั้งนี้  ยังรวมถึงการนำวิธีปฏิบัติธรรมสมาธิ ในแบบฉบับของ ครูหมู กุลธิดา แซ่ตั้ง  เข้ามาช่วยเสริม  ในแนวทางการจัดกิจกรรมที่น้อมนำส่งเสริมให้ทุกคนเกิดความรู้สึกที่ดีมีจิตใจที่เข้มแข็ง  พร้อมที่จะก้าวสู่โลกแห่งความเป็นจริง  ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ได้เทคนิคการปฏิบัติที่น่าสนใจ และนำไปใช้เพิ่มเติมกับชีวิตได้ดียิ่งขึ้น!!


 


ลิงค์ที่น่าสนใจ